ศูนย์ข่าวนครราชสีมา – ศุลกากร บุกทลาย “คาเฟ่บะหมี่ต่างประเทศ” เจ้าดัง กลางเมืองโคราช เผยคาเฟ่ขนาดใหญ่เปิดให้บริการเกือบ 24 ชั่วโมง ผงะใช้วัตถุดิบเถื่อนเกือบ 2,000 รายการ ลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ แถมไร้ “อย.” อีกทั้งใกล้หมดอายุเกือบครึ่งร้าน
วันนี้ ( 12 มิ.ย.69) นายประสิทธิ์ ดีจงเจริญ นายด่านศุลกากรช่องจอม เปิดเผยว่าตามที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปกป้องสังคมจากสินค้าไม่พึงปรารถนาที่จะส่งผลต่อกระทบต่อพี่น้องประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยมีเป้าหมายสำคัญในการคุ้มครองผู้บริโภคจากสินค้าปลอมโดยเฉพาะเครื่องอุปโภคบริโภคที่อาจส่งผลที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายซึ่งอาจสร้างภาระทางด้านค่ารักษาพยาบาลแก่พี่น้องประชาชนในอนาคต ตลอดจนการสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการที่สุจริตนั้น
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร น.ส.สุนทรียา ทวิชาประสิทธิ์ รองอธิบดีฯ น.ส.ลลิตา อรรถพิมล ผอ.ศุลกากรภาค 2 ได้กำชับให้ด่านศุลกากรช่องจอม ในฐานะที่รับผิดชอบ 3 จังหวัดในเขตอีสานใต้ คือ สุรินทร์ , บุรีรัมย์ และนครราชสีมา ซึ่งเป็นเมืองขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพทางด้านเศรษฐกิจสูง ให้เข้มงวดกวดขันสินค้าตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเต็มที่
จากข้อสั่งการของรัฐบาล ทำให้ด่านศุลกากรช่องจอมได้ทำการเฝ้าระวังสินค้าเถื่อนประเภทต่างๆอย่างเข้มข้นจริงจัง จนนำมาสู่การได้ข้อมูลการข่าวเชิงลึกถึงพฤติกรรมที่น่าสงสัยหลายประการจนมั่นใจในพยานหลักฐานจึงได้ขอยื่นคำร้องขอออกหมายค้นจากศาลจังหวัดนครราชสีมา จากนั้นได้นำกำลังเข้าทำการตรวจค้นอายัดสินค้าจากร้าน “คาเฟ่บะหมี่จากต่างประเทศ.“ เจ้าดังแห่งหนึ่งในเขตอำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ในวันนี้ 12 มิถุนายน 2569
พบสิ่งที่น่าตกใจ คือ เป็นคาเฟ่ขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียง เปิดให้บริการเกือบตลอด 24 ชั่วโมง ดำเนินกิจการมาแล้วราว 3 ปี อีกทั้งเป็นที่นิยมชมชอบสำหรับวัยรุ่นเยาวชนคนรุ่นใหม่ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา แต่วัตถุดิบที่เลือกใช้ให้กับผู้บริโภคเกือบ 2,000 รายการทั้ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เครื่องปรุง เครื่องดื่ม ขนมหวาน ฯลฯ ประเภทต่างๆนั้น กลับลดต้นทุนทางการค้าด้วยการลักลอบนำเข้ามาจากต่างประเทศโดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร และไม่มีเครื่องหมายรับรองความปลอดภัยต่อสุขภาพอนามัยจาก อย. รวมทั้งยังเป็นสินค้าที่ใกล้จะหมดอายุเกือบครึ่งร้าน ซึ่งไม่ทราบว่าที่ผ่านมาสร้างความเสียหายไปมากน้อยเพียงใดนับว่าขาดความรับผิดชอบและเป็นภัยต่อสังคมเป็นอย่างยิ่ง
“ขอให้ชาวอีสานใต้มั่นใจได้เลยว่าเราจะเดินหน้าปกป้องสังคมจากสินค้าเถื่อนเพื่อปกป้องประชาชนตามนโยบายของรัฐบาล กระทรวงการคลัง และกรมศุลกากร ต่อไปอย่างต่อเนื่อง และขอฝากวิงวอนพี่น้องประชาชนร่วมด้วยช่วยกันก่อนซื้อสินค้ามากินหรือใช้งาน ควรหมั่นสังเกตตรารับรองจากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องเช่น มอก. หรือ อย. สักนิดเพื่อความปลอดภัยในคุณภาพชีวิตและสุขภาพอนามัยของคนที่เรารักรวมทั้งตัวท่านเอง” นายประสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย


