พระนครศรีอยุธยา - พายุฝนและลมกระโชกแรงถล่มพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่งผลให้ต้นยางนาเก่าแก่อายุกว่า 120 ปี ภายในวัดกษัตราธิราชวรวิหาร โค่นล้มทับสายไฟฟ้าและเสาไฟเสียหายหลายต้น ขณะที่ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่วัดเชื่อเป็นเพราะบารมี “หลวงพ่อเทียม” อดีตเกจิดังของวัด ช่วยปกปักรักษาให้ต้นไม้ล้มผิดทิศทาง ไม่ทับอุโบสถและโบราณสถานสำคัญ
วันนี้( 11 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบภายในวัดกษัตราธิราชวรวิหาร ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังเกิดเหตุต้นยางนาโบราณขนาดใหญ่โค่นล้มจากอิทธิพลของพายุฝนและลมแรงเมื่อช่วงเย็นวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา
ในที่เกิดเหตุพบเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน ทั้งฝ่ายปกครอง องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านป้อม กรมป่าไม้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบและประเมินความเสียหาย
จากการสำรวจพบว่าต้นยางนามีความสูงประมาณ 29 เมตร ล้มทับสายไฟฟ้าและเสาไฟฟ้าหักเสียหาย 3 ต้น ส่งผลให้กระแสไฟฟ้าดับในพื้นที่ตำบลบ้านป้อม นอกจากนี้กิ่งก้านยังพาดถูกหลังคาพระตำหนักกษัตราธิราชเจ้าได้รับความเสียหายบางส่วน แต่โชคดีที่ไม่ล้มทับอุโบสถ วิหาร หรือศาลาสำคัญภายในวัด
นายอนุโรจน์ หฤทัยทิพย์ เจ้าหน้าที่วัดกษัตราธิราชวรวิหาร เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 17.10 น. ระหว่างที่เกิดฝนตกหนักและลมพัดรุนแรง โดยต้นยางนาดังกล่าวเป็นต้นไม้เก่าแก่ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมป่าไม้ และอยู่คู่กับวัดมาอย่างยาวนาน
“ส่วนตัวเชื่อว่าเป็นบุญบารมีของหลวงพ่อเทียมที่ช่วยคุ้มครอง เพราะหากต้นไม้ล้มไปอีกทิศหนึ่งอาจสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่ออุโบสถและโบราณสถานสำคัญของวัด ซึ่งประเมินค่าไม่ได้” นายอนุโรจน์กล่าว
ด้านนายพีรวัฒน์ ขาวบริสุทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าภายในลำต้นถูกปลวกกัดกินเป็นเวลานานจนเกิดโพรงขนาดใหญ่ตั้งแต่โคนต้นถึงแกนกลาง ส่งผลให้โครงสร้างภายในอ่อนแอ เมื่อเผชิญลมพายุรุนแรงจึงไม่สามารถรับน้ำหนักได้และหักโค่นลงมา
เจ้าหน้าที่ป่าไม้เตรียมจัดทำรายงานและหนังสือรับรองให้ทางวัดดำเนินการตัดแต่งและเคลื่อนย้ายต้นไม้ตามขั้นตอนที่ถูกต้อง พร้อมแสดงความกังวลต่อต้นยางนาใหญ่อีกต้นภายในวัด ซึ่งมีอายุมากและพบสัญญาณเสี่ยงลักษณะเดียวกัน โดยเฉพาะการเอนตัวเข้าหาโบราณสถานสำคัญ
เบื้องต้นกรมป่าไม้เตรียมเสนอแนวทางป้องกัน โดยอาจตัดทอนลดยอดเพื่อลดน้ำหนักของต้นไม้ รวมถึงติดตั้งสลิงยึดป้องกันการโค่นล้มในอนาคต เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาสักการะและทำบุญภายในวัด
ขณะที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านป้อม ได้ประสานเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา ส่งเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องเลื่อยยนต์เข้าตัดแต่งกิ่งไม้และเคลียร์พื้นที่ เพื่อป้องกันอันตรายและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
ทั้งนี้ ต้นยางนาที่โค่นล้มตั้งอยู่ในพื้นที่เอกสารสิทธิ์ของวัด จึงไม่เข้าข่ายเป็นไม้หวงห้ามตามกฎหมายในปัจจุบัน


