xs
xsm
sm
md
lg

ศรีสะเกษจัดใหญ่! เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟ เปิดชายแดนรับทัพน่องเหล็ก 400 ชีวิต ปั่นพิชิต“ภูมะเขือ” เป็นครั้งแรก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศรีสะเกษ- อ.กันทรลักษ์ จัดใหญ่เทศกาลผลไม้ของดีทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ 12-21 มิ.ย.นี้ ไฮไลต์สำคัญเปิด ชายแดนรับทัพนักปั่นน่องเหล็ก 400 ชีวิต “ปั่นจักรยานพิชิตภูมะเขือ” พื้นที่ประวัติศาสตร์การสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นครั้งแรก พร้อมจัดแรลลี่ท่องเที่ยว 60 คัน ตะลุยดินแดนภูเขาไฟ ไปภูมะเขือ สัมผัสเส้นทางธรรมชาติและทัศนียภาพอันงดงาม นอภ.การันตีชายแดนปลอดภัย พร้อมรับนักท่องเที่ยว

วันนี้ ( 11 มิ.ย.69) ที่ ไร่วันยังขำ ตำบลจานใหญ่ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ มี จ่าเอกสมควร สิงห์คำ นายอำเภอกันทรลักษ์ นำหัวหน้าส่วนราชการ เกษตรกรชาวสวนทุเรียน ผู้ประกอบการท่องเที่ยว และนักปั่นจักรยาน ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน “1 อำเภอ 1 เทศกาลสร้างสรรค์ เทศกาลผลไม้ของดี ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ประจำปี 2569” กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-21 มิถุนายน 2569 ณ สนามหน้าที่ว่าการอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ


การจัดงานในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษและผลไม้คุณภาพในพื้นที่ ได้นำผลผลิตออกสู่ตลาดโดยตรงถึงมือผู้บริโภค พร้อมสร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และส่งเสริมการท่องเที่ยวของอำเภอกันทรลักษ์ ซึ่งถือเป็นเมืองชายแดนที่มีศักยภาพด้านการเกษตรและการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติอย่างโดดเด่น

ภายในงานจะรวบรวมผลไม้ขึ้นชื่อและพืชผลทางการเกษตรจากทั่วพื้นที่ โดยเฉพาะ “ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ” สินค้าขึ้นชื่อที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั่วประเทศ ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากสภาพดินภูเขาไฟโบราณ ส่งผลให้ทุเรียนมีรสชาติหวานมัน เนื้อเนียนละเอียด กลิ่นไม่ฉุน และเป็นที่ยอมรับในด้านคุณภาพระดับพรีเมียม


นอกจากการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรแล้ว ยังมีกิจกรรมหลากหลายเพื่อสร้างสีสันและดึงดูดนักท่องเที่ยว อาทิ การจำหน่ายสินค้า OTOP ตลาดโบราณ การประกวดธิดาชาวสวน การประกวดพืชผลทางการเกษตร การแข่งขันกีฬาเชื่อมความสัมพันธ์ การประกวดส้มตำลีลาและกองเชียร์ รวมถึงการประมูลทุเรียนภูเขาไฟลูกพิเศษ เพื่อนำรายได้ไปใช้ในกิจกรรมสาธารณกุศลและช่วยเหลือประชาชนผู้เดือดร้อนในพื้นที่

โดยไฮไลต์สำคัญที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในปีนี้ คือกิจกรรม “ปั่นจักรยานพิชิตภูมะเขือ” ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกของอำเภอกันทรลักษ์ เปิดโอกาสให้นักปั่นได้สัมผัสเส้นทางธรรมชาติและทัศนียภาพอันงดงามของพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยกำหนดรับนักปั่นเพียง 400 คนเท่านั้น และปรากฏว่ามีผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมครบตามจำนวนอย่างรวดเร็ว สะท้อนถึงกระแสความสนใจของนักท่องเที่ยวสายกีฬาและสายผจญภัยที่ต้องการสัมผัสเส้นทางแห่งใหม่ของจังหวัดศรีสะเกษ


อีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าจับตามองคือ “แรลลี่ท่องเที่ยว ชมของดีศรีสะเกษ ตอน ตะลุยดินแดนภูเขาไฟ ไปภูมะเขือ” ซึ่งจำกัดจำนวนรถเพียง 60 คัน โดยผู้ร่วมกิจกรรมจะได้ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติ เริ่มจากการสักการะศาลหลักเมืองอำเภอกันทรลักษ์ ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเดินทางไปไหว้พระตามสถานที่สำคัญในพื้นที่ และร่วมมอบอุปกรณ์กีฬาให้กับนักเรียนโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 27

จากนั้นคณะจะเดินทางขึ้นสู่ภูมะเขือ จุดชมวิวสำคัญของพื้นที่ชายแดน เพื่อมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาอธิปไตยตามแนวชายแดน ก่อนแวะรับประทานอาหารและพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่นบริเวณน้ำตกสำโรงเกียรติ ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงของอำเภอกันทรลักษ์ และปิดท้ายด้วยการเยี่ยมชมสวนทุเรียนภูเขาไฟ เพื่อชิมผลผลิตสดจากต้น พร้อมถ่ายภาพและเรียนรู้กระบวนการผลิตทุเรียนคุณภาพของเกษตรกรในพื้นที่


จ่าเอกสมควร สิงห์คำ นายอำเภอกันทรลักษ์ กล่าวว่า แม้ในช่วงที่ผ่านมาอาจมีกระแสข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา แต่ขอยืนยันว่าพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ ยังคงมีความปลอดภัยอย่างเต็มที่ สถานการณ์โดยรวมเป็นปกติ ประชาชนสามารถใช้ชีวิตและเดินทางท่องเที่ยวได้ตามปกติ โดยมีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง บูรณาการกำลังดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง

“ ขอยืนยันว่าพื้นที่ชายแดนด้านอำเภอกันทรลักษ์มีความปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างมั่นใจ ทางอำเภอได้เตรียมมาตรการดูแลความปลอดภัยไว้อย่างรัดกุม ทั้งในพื้นที่จัดงานและเส้นทางท่องเที่ยวทุกจุด” นายอำเภอกันทรลักษ์กล่าว


พร้อมกันนี้ นายอำเภอกันทรลักษ์ยังได้เชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างจังหวัด เดินทางมาสัมผัสเสน่ห์ของเมืองชายแดนแห่งนี้ ชิมทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษแท้จากแหล่งผลิต ชมวิถีชีวิตชุมชน เที่ยวแหล่งธรรมชาติ และร่วมกิจกรรมหลากหลายตลอด 10 วันของการจัดงาน ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่หลายสิบล้านบาท และเป็นอีกแรงสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนของอำเภอกันทรลักษ์และจังหวัดศรีสะเกษให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป