สมุทรสงคราม - ปัญหาการแพร่ระบาดของ “ปลาหมอคางดำ” ยังคงสร้างความกังวลให้กับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในจังหวัดสมุทรสงคราม ล่าสุดเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่อำเภออัมพวา ต้องเร่งจ้างแรงงานเข้าจับและกำจัดปลาหมอคางดำ หลังพบแพร่พันธุ์หนาแน่นในบ่อร้าง จับได้มากกว่า 2 ตัน หวั่นส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและผลผลิตกุ้งในอนาคต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางนิภา บัวจันทร์ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่ตำบลแพรกหนามแดง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งมีพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำประมาณ 50 ไร่ ได้ว่าจ้างแรงงานเข้าล้างบ่อและกำจัดปลาหมอคางดำ หลังพบว่าปลาชนิดดังกล่าวแพร่กระจายและเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว แม้ในบ่อร้างที่ไม่ได้ทำการเลี้ยงกุ้งมานานหลายปี
นางนิภา เปิดเผยว่า เดิมมีแผนเปิดบ่อเก่าเพื่อปรับปรุงสภาพพื้นที่และฟื้นฟูระบบนิเวศก่อนลงเลี้ยงกุ้งรอบใหม่ แต่เมื่อสูบน้ำออกกลับพบปลาหมอคางดำอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากทั่วทั้งบ่อ ทั้งที่ไม่ได้มีการให้อาหารหรือดำเนินกิจกรรมเพาะเลี้ยงใดๆ มานาน สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการปรับตัวและขยายพันธุ์ของปลาชนิดนี้ได้เป็นอย่างดี
จากการระดมคนงานไล่ต้อนและจับปลาออกจากบ่อ สามารถจับปลาหมอคางดำได้มากกว่า 2,000 กิโลกรัม หรือกว่า 2 ตัน โดยปลาที่จับได้ถูกส่งจำหน่ายให้จุดรับซื้อเพื่อนำไปใช้เป็นปลาเหยื่อและวัตถุดิบในอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ แม้รายได้ที่ได้รับจะไม่คุ้มค่ากับต้นทุนค่าแรงที่ต้องจ้างคนงานเข้าดำเนินการก็ตาม
เกษตรกรรายดังกล่าวระบุว่า ช่วงต้นฤดูฝนถือเป็นช่วงที่กุ้งธรรมชาติจะเริ่มเข้าพื้นที่ หากปล่อยให้ปลาหมอคางดำครอบครองแหล่งน้ำต่อไป อาจส่งผลให้กุ้งที่เข้ามาใหม่ถูกล่าเป็นอาหาร หรือถูกแย่งอาหารจนไม่สามารถเจริญเติบโตได้เต็มที่ ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลผลิตและรายได้ของเกษตรกรในระยะยาว
นอกจากนี้ ยังพบปลาหมอคางดำขนาดใหญ่จำนวนมากอยู่ในช่วงอมไข่ สะท้อนถึงศักยภาพการขยายพันธุ์ที่สูง ขณะที่ลูกปลาพบในปริมาณไม่มาก คาดว่าอาจเป็นผลจากการปล่อยปลากะพงลงในบ่อเพื่อช่วยควบคุมประชากรลูกปลาหมอคางดำได้ในระดับหนึ่ง
นางนิภา กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดการปัญหาปลาหมอคางดำจำเป็นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องและจริงจัง เนื่องจากหากปล่อยทิ้งไว้เพียงระยะเวลาสั้นๆ ก็สามารถกลับมาเพิ่มจำนวนได้อย่างรวดเร็ว พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันหาแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อฟื้นฟูสมดุลระบบนิเวศและรักษาอาชีพการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของชาวแม่กลองให้สามารถดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืนต่อไป.


