ตราด -ททท.ปักหมุดท่องเที่ยว “ตราด - เกาะช้าง” สู่ ‘The Ultimate Wellness & Gastronomy Retreat’ ผสานวิถีชุมชนสลักคอก ในงาน TTM+ 2026 ซึ่งจัดขึ้นที่ จ.ชลบุรี
วันนี้ ( 10 มิ.ย.) ว่าที่ ร.ต.กรกฎ โอภาส ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด เผยถึงการเปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวไฮไลท์ “ตราด - เกาะช้าง” ภายใต้แคมเปญ Thailand's Five Signature Wellness Routes ที่มีขึ้นภายในงาน Thailand Travel Mart Plus (TTM+) 2026 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาตินงนุชพัทยา (NICE) จ.ชลบุรี ว่ามีเป้าหมายในการเจาะกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวระดับบนและผู้รักสุขภาพจากทั่วโลกด้วยโมเดลการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนเส้นทาง “ตราด - เกาะช้าง” (Route 3)
ภายใต้การนำเสนอโปรแกรมการพักผ่อนแบบ 3 วัน 2 คืน ที่ผสมผสานความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติและการบำบัดร่างกายจิตใจอย่างลงตัว
โดยไฮไลท์สำคัญที่ ททท.สำนักงานตราด ต้องการให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัสก์คือ วิถีชุมชนบ้านสลักคอก (Salak Khok Community) ที่มีทั้งความมหัศจรรย์ของป่าชายเลนผืนใหญ่ผ่านกิจกรรมยอดนิยม “การนั่งเรือมาด” (Riding a Ruea Maad) หรือเรือกอนโดลาเมืองไทย สูดอากาศบริสุทธิ์พร้อมสัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชน
และอาหารด้วยเมนูเพื่อสุขภาพที่มาจากวัตถุดิบท้องถิ่นระดับพรีเมียม ณ ร้านอาหารชื่อดัง อาทิ Khao Kwan Restaurant พร้อมผ่อนคลายร่างกายบนชายหาดคลองพร้าว (Klong Prao Beach) และเติมพลังจากธรรมชาติที่น้ำตกคลองพลู (Klong Plu Waterfall) และพักผ่อนในรีสอร์ทชั้นนำอย่าง Sylvan Koh Chang รวมทั้งจุดดึงดูดสำคัญที่ความคลาสสิกของหมู่บ้านชาวประมงบางเบ้า (Bang Bao Fishing Village)“
ภายในบูธนิทรรศการ Amazing Thailand ของงาน TTM+ 2026 ครั้งนี้ ททท. ได้ดึงดูดผู้เข้าร่วมงานด้วยการจัดดิสเพลย์ผลไม้เมืองร้อนขึ้นชื่อของไทยที่เป็น Soft Power สำคัญของภาคตะวันออก ไม่ว่าจะเป็น ทุเรียน, เงาะ, มังคุด และมะม่วง เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ความอุดมสมบูรณ์ด้านอาหารและผลไม้ระดับโลกของประเทศไทย
“ ททท. เชื่อมั่นว่า การผลักดันเส้นทาง “ตราด - เกาะช้าง” ในมิติของ The Ultimate Wellness & Gastronomy Retreat จะช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนฐานราก ควบคู่ไปกับการยกระดับภาพลักษณ์ของเกาะช้างและจังหวัดตราดให้เป็นจุดหมายปลายทางระดับลักชัวรีด้าน Wellness ที่ยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียต่อไป” ผอ.ททท.ตราด กล่าว
ทั้งนี้งาน TTM+ 2026 ยังถือเป็นเวทีเจรจาธุรกิจ (B2B) ระดับนานาชาติที่สำคัญและเชื่อมโยงผู้ซื้อจากธุรกิจท่องเที่ยวทั่วโลกกับผู้ประกอบการไทย โดยเป็นเวทีในการนำเสนอศักยภาพและความหลากหลายของสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวไทย สร้างโอกาสทางธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
และการจัดงานในในปีนี้ยังเป็นการนำเสนอ แนวคิด ‘Healing is the New Luxury’ ที่จะสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ ทั้งการนำเสนอสินค้าและบริการทางด้าน Wellness ทั้ง 5 ภูมิภาค ควบคู่ไปกับการเดินทางท่องเที่ยวที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ( Travel with Care ) โดยมีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
โดยมีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมกว่า 400 ราย และผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจากต่างประเทศกว่า 400 ราย


