xs
xsm
sm
md
lg

ผู้ว่าฯ เชียงใหม่นำทีมลงเดิน "กาดหลวง" พบร้านค้าร่วม "ไทยช่วยไทยพลัส" เกิน 80%-จูงใจลูกค้าจับจ่ายเพิ่มขึ้น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เชียงใหม่ - ผู้ว่าฯ เชียงใหม่นำทีมเดินตลาดวโรรสและตลาดต้นลำไย ติดตามผลโครงการ“ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พบร้านค้าในตลาดเข้าร่วมกว่า 80% เผยช่วยสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าจับจ่ายเพิ่มขึ้นและกระตุ้นเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี


วันนี้ (9 มิ.ย. 69) นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ คลังจังหวัดเชียงใหม่ และเทศบาลนครเชียงใหม่ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ณ ตลาดวโรรส (กาดหลวง) และตลาดต้นลำไย ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อประเมินผลการใช้จ่ายของประชาชนและการเข้าร่วมโครงการของร้านค้าต่างๆ ซึ่งจากการลงพื้นที่พบว่า บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยภายในตลาดวโรรสเป็นไปอย่างคึกคัก โดยร้านค้าภายในตลาดเข้าร่วมโครงการมากกว่าร้อยละ 80 ของร้านค้าที่มีคุณสมบัติเข้าร่วมโครงการฯ ส่งผลให้มีประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค อาหารสด อาหารแห้ง และสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สร้างรายได้หมุนเวียนให้กับพ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบการรายย่อยในตลาด

ขณะที่ผู้ประกอบการหลายรายสะท้อนว่า หลังเริ่มโครงการเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 69 พบว่าจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นจากช่วงปกติ โดยเฉพาะช่วงเช้าและวันหยุด ซึ่งช่วยกระตุ้นยอดขายและเสริมสภาพคล่องให้กับธุรกิจขนาดเล็กในช่วงที่ค่าครองชีพยังอยู่ในระดับสูง โดยโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่เปิดโอกาสให้ประชาชนใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ซึ่งภาครัฐร่วมสนับสนุนค่าใช้จ่ายในสัดส่วน 60% และประชาชนร่วมจ่าย 40% วงเงินรวมสูงสุด 4,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลา 4 เดือน ระหว่างเดือนมิถุนายน-กันยายน 2569 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นการใช้จ่ายในร้านค้ารายย่อยทั่วประเทศ

ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่พร้อมสนับสนุนการดำเนินโครงการอย่างเต็มที่ และขอเชิญชวนร้านค้าที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์สมัครเข้าร่วมโครงการเพิ่มเติม เพื่อเปิดโอกาสทางการค้าและเพิ่มยอดจำหน่ายสินค้า ขณะเดียวกันขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมใช้สิทธิ์ตามโครงการในการจับจ่ายสินค้าและบริการจากร้านค้าท้องถิ่น ซึ่งนอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนแล้ว ยังเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่ให้เกิดการหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง สร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยและชุมชนในพื้นที่อีกด้วย