xs
xsm
sm
md
lg

ชาวสวนมะม่วงฉะเชิงเทรา หวั่นชะตากรรมแหล่งกำเนิดมะม่วงขึ้นชื่อสูญหายหลังลูกหลานไม่สืบทอด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์




ฉะเชิงเทรา -
ชาวสวนมะม่วงฉะเชิงเทรา หวั่นชะตากรรมแหล่งกำเนิดมะม่วงเลื่องชื่อของไทย ทั้งมะม่วงขายตึก น้ำดอกไม้ ทวายเดือนเก้า แก้วขมิ้น สูญหายเหตุ จากคนรุ่นใหม่ไม่ใส่ใจสืบทอดของดีประจำถิ่น ทำพื้นที่ปลูกลดต่อเนื่อง

นายบุญสม ศรีศิริโชคชัย อายุ 78 ปี ชาว อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา เจ้าของสวนมะม่วงสาวชะโงกพันธุ์แท้ บอกว่าปัจจุบันเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงในพื้นที่ ต.สาวชะโงก กำลังลดลงอย่างน่าใจหายทั้งที่ในอดีต ต.สาวชะโงก ถือเป็นต้นกำเนิดแหล่งปลูกมะม่วงชั้นนำขึ้นชื่อของไทยที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปไกลถึงต่างประเทศ จากเหตุปัจจัยที่เป็นเมือง 3 น้ำ ทั้งน้ำจืด น้ำเค็ม น้ำกร่อย จึงทำให้มะม่วงแต่ละชนิดมีรสชาติดีที่ไม่เหมือนใคร และไม่สามารถลอกเลียนแบบรสชาติกันได้ 

โดยเฉพาะมะม่วงรับประทานเนื้อดิบ ที่จะให้รสชาติได้อย่างครบรส แบบ 3 รส คือ มัน หวาน และอมเปรี้ยว ทั้งยังมีกลิ่นหอม
จนทำให้เคย อ.บางคล้า เคยมีพื้นที่การเพาะปลูกรวมหลายพันไร่ แต่ขณะนี้กลับเหลือเพียงประมาณ 500-600 ไร่ เท่านั้น ซึ่งสาเหตุที่ทำให้พื้นที่เพาะปลูกของชาวสวนเริ่มหดหายไป มาจากการขาดผู้สืบทอดการทำสวนมะม่วง อันเป็นผลมาจากหลายครอบครัวได้ส่งบุตรหลานเล่าเรียนสูงขึ้น เมื่อสำเร็จการศึกษาจึงหันไปประกอบอาชีพอื่น

ขณะที่บางส่วนได้เลือกที่จะตัดโค่นต้นมะม่วงทิ้งเพื่อหันไปทำบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ ทั้งบ่อกุ้งและบ่อปลาแทน อีกทั้งคนรุ่นหลังบางส่วนยังหันไป รับจ้างทำงานในภาคอุตสาหกรรมที่รุกคืบเข้ามาในพื้นที่เขต EEC


เช่นเดียวกับครอบครัวของตนเองที่ทำสวนมะม่วงในเนื้อที่ 20 ไร่ แบ่งเป็นสวนมะม่วงพันธุ์ขายตึกประมาณร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนที่เหลืเป็นสวนมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง เขียวเสวย ทวายเดือนเก้า และแก้วขมิ้น ซึ่งในอนาคตก็ยังไม่แน่ใจว่าจะมีคนสืบทอดทำต่อหรือไม่ เพราะมีบุตรชายเพียง 2 คน เสียชีวิตไปแล้ว 1 คน และยังเหลือบุตรชายคนโตวัย 53 ปีที่ทำสวนยางอยู่ที่ อ.ท่าตะเกียบ

“ หากไม่มีคนมาสืบทอดต่อก็อาจจะให้คนอื่นมาเช่าทำต่อไป เพราะขณะนี้ตัวเองก็วัยใกล้ 80 ปีแล้วในอนาคตก็อาจจะทำต่อไปไม่ไหว และปัจจุบันอยู่กันแต่เพียง 2 คนตายายกับภรรยาที่บ้าน”


ทั้งนี้ ต.สาวชะโงก ถือเป็นแหล่งต้นกำเนิดของมะม่วงสายพันธุ์ขายตึกโดยแท้จริง โดยเกิดจากมะม่วงแรดกลายพันธุ์ภายในสวนของ “นายบุญเหลือ บุญประสิทธิ์” ที่ในอดีตมีพื้นที่ปลูกมะม่วงแรดประมาณ 7 ไร่ ซึ่งในขณะนั้นมะม่วงพันธุ์ขายตึก ยังไม่ได้รับความสนใจจากคนซื้อเท่าใดนัก เพราะต่างก็พากันบอกว่าเป็นมะม่วงกลายพันธุ์

กระทั่งในช่วงปี พ.ศ.2527-2528 ที่ทางส่วนเริ่มใช้วิธีการห่อผลมะม่วงจนมีสีเหลืองสวยงาม และเริ่มได้รับความนิยมประมาณปี พ.ศ.2530 จากจุดขายรสชาติอร่อยที่ไม่แตกต่างไปจากมะม่วงแรด ต่างกันเพียงกลิ่นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่
ผิวของมะม่วงที่มีสีเหลืองสวยงามคล้ายกับสีของมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง จึงเริ่มได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

โดย นายบุญสม ยืนยันว่าสวนมะม่วงของตนเองจะยังคงอนุรักษ์สายพันธุ์ดั้งเดิมของ มะม่วงขายตึก ที่มีมานานกว่า 60 ปีไว้ เช่นเดียวกับการทำมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ซึ่งเป็นสายพันธุ์ขึ้นชื่อ อีกสายพันธุ์หนึ่งให้เป็นที่รู้จักของคนรุ่นหลังต่อไป


ขณะที่ข้อมูลจาก น.ส.วิณลดา บุญวรภัสร์ เกษตรจังหวัดฉะเชิงเทรา ระบุว่าเดิมพื้นที่ปลูกมะม่วงใน จ.ฉะเชิงเทรา มีมากกว่า 2 หมื่นไร่ แต่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาพื้นที่ปลูกลดลงเหลือเพียง1.7 หมื่นไร่ เนื่องจากสวนมะม่วงบางส่วนเก่าแก่ มะม่วงบางส่วนมีอายุมากแล้ว

ประกอบกับไม่มีทายาทที่จะสืบทอดทำสวนมะม่วง จึงทำให้สวนบางสวนถูกปล่อยทิ้งร้าง ไม่มีการจัดการ ไม่มีการเก็บเกี่ยวผลผลิต จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้พื้นที่ปลูกลดลง อีกทั้งบริบทพื้นที่และสภาพเศรษฐกิจสังคมได้เปลี่ยนแปลงไป ทำให้เกษตรกรบางส่วนมีการขายที่ดินไปแล้ว จึงทำให้พื้นที่ลดลงด้วย

โดยพื้นที่สวนมะม่วงที่หายไปนั้น ส่วนใหญ่อยู่ในเขต อ.บางคล้า อ.คลองเขื่อน และ อ.แปลงยาว ขณะที่พื้นที่ปลูกมะม่วงใน จ.ฉะเชิงเทรา มีถึง 8 อำเภอ แต่ที่มีการปลูกมากที่สุด คือ อ.บางคล้า คลองเขื่อน พนมสารคาม แปลงยาว ซึ่งเป็นพื้นที่การปลูกเพื่อส่งออกและเข้าโมเดิร์นเทรดเป็นส่วนใหญ่

ส่วนมูลค่าการส่งออกมะม่วงในเปี 2568 มีกว่า 20 ล้านบาท โดยมีปริมาณผลผลิตที่ส่งออก กว่า 400 ตัน ส่วนในปี 2569 คาดว่าปริมาณผลผลิตที่ส่งอาจจะอยู่ที่กว่า 300 ตัน ซึ่งตลาดส่งออกส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในประเทศจีน

น.ส.วิณลดา บุญวรภัสร์ เกษตรจังหวัดฉะเชิงเทรา