ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - “พ.ต.ท.สงกรานต์ เตชะณรงค์” รอง ผกก.สส. ภ.จว.นครราชสีมา นำทีมชุดสืบสวนตำรวจภูธรโคราชบุกทลายแก๊งโจรกรรมสายเคเบิล-สายไฟฟ้า เสียหายกว่า 10 ล้าน ขยายผลรวบร้านรับซื้อของเก่า เอี่ยวรับซื้อทองแดงเถื่อน
วันนี้ (9 มิ.ย. 69) พ.ต.ท.วิชานนท์ บ่อพิมาย รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัด (รอง ผกก.สส. ภ.จว.) นครราชสีมา พร้อมด้วย พ.ต.ท.สงกรานต์ เตชะณรงค์ รอง ผกก.สส. ภ.จว.นครราชสีมา, พ.ต.ท.สมพร ทองประดับ สว.สส.กก.สส.3 บก.สส.ภ.3 และกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นเป้าหมายเครือข่ายผู้ต้องหาลักตัดสายเคเบิล-สายไฟฟ้าจากเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือในพื้นที่ จ.นครราชสีมา
จุดแรกเข้าตรวจค้นบ้านพักเอื้ออาทรแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.นากลาง อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา พบตัว นายธนาวุฒิ ทองดี หรือ “โย่ง” ชาวจังหวัดศรีสะเกษ ภายในบ้านพบเศษสายไฟจำนวนมาก รวมทั้งอุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้สำหรับตัดสายไฟ และยังตรวจพบยาบ้า 5 เม็ด กับอุปกรณ์การเสพยาเสพติด จึงยึดไว้เป็นหลักฐานและควบคุมตัวดำเนินคดี
จากการสืบสวนพบว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้ตระเวนลักตัดสายไฟฟ้าจากเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือของเครือข่ายทรูมูฟ เอช ในหลายพื้นที่ โดยก่อเหตุต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นปี 2569 จนถึงปัจจุบัน รวมแล้วกว่า 70 ครั้ง ส่งผลกระทบต่อระบบสื่อสารและสร้างความเสียหายเป็นมูลค่ามากกว่า 10 ล้านบาท
ภายหลังการตรวจค้นบ้านพัก เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลเข้าตรวจค้นร้านรับซื้อของเก่าแห่งหนึ่งริมถนนมิตรภาพในพื้นที่ ต.สูงเนิน อ.สูงเนิน หลังพบหลักฐานเส้นทางการเงินและการโอนเงิน เชื่อมโยงกับผู้ก่อเหตุอย่างชัดเจน โดยพบว่าร้านดังกล่าวรับซื้อทองแดงที่ถูกปอกจากสายไฟ ก่อนส่งจำหน่ายต่อไปยังพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องตามหมายจับมาสอบสวนเพิ่มเติม
พ.ต.ท.วิชานนท์ บ่อพิมาย รองผู้กำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นผลจากการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่อง หลังได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายเกี่ยวกับการลักตัดสายไฟเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือจำนวนมาก จนกระทบต่อการให้บริการด้านการสื่อสารของประชาชน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการและผู้ที่เกี่ยวข้อง พร้อมเตรียมเสนอศาลออกหมายจับผู้ประกอบการหรือบุคคลที่เข้าข่ายกระทำความผิดฐานรับของโจร
ทั้งนี้ พ.ต.ท.วิชานนท์ฝากเตือนไปยังผู้ประกอบการร้านรับซื้อของเก่าทุกแห่งให้ตรวจสอบที่มาของทรัพย์สินที่นำมาจำหน่ายอย่างละเอียด โดยเฉพาะทองแดง สายไฟ หรือวัสดุที่มีความเสี่ยงเกี่ยวข้องกับการก่ออาชญากรรม หากพบพฤติการณ์ผิดปกติควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เพื่อป้องกันการตกเป็นผู้ร่วมกระทำความผิด โดยกรณีนี้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าผู้ประกอบการร้านรับซื้อของเก่าน่าจะทราบถึงที่มาของทรัพย์สินที่รับซื้ออยู่แล้ว จึงอยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มงวด


