ชัยนาท - พุทธศาสนิกชนชาวชัยนาทร่วมประกอบพิธีสวดพระอภิธรรมพระบรมศพและเวียนเทียนเนื่องในวันอัฏฐมีบูชา ณ วัดสรรพยาวัฒนาราม อำเภอสรรพยา พร้อมกราบสักการะพระพุทธรูปปางประทับนอนหงายในหีบพระบรมศพ หรือ “ปางแหย่เท้า” พระพุทธรูปเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ที่หาชมได้ยากและถือเป็นหนึ่งในอันซีนสำคัญของจังหวัดชัยนาท
วันนี้ (8 มิ.ย.) ที่วัดสรรพยาวัฒนาราม อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท พระมหาสมศักดิ์ สกฺกธีโร เจ้าอาวาสวัดสรรพยาวัฒนาราม พร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์ นายภูมิวัชร์ อุดมทรัพย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท หัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก ร่วมประกอบพิธีสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ และเวียนเทียนรอบวิหารน้อย เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาเนื่องในวันอัฏฐมีบูชา
วันอัฏฐมีบูชา ถือเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ตรงกับวันแรม 8 ค่ำ เดือน 6 หรือหลังวันวิสาขบูชา 8 วัน เป็นวันที่ระลึกถึงการถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ มกุฏพันธเจดีย์ เมืองกุสินารา ประเทศอินเดีย
สำหรับไฮไลต์สำคัญของวัดสรรพยาวัฒนาราม คือ พระพุทธรูปปางประทับนอนหงายในหีบพระบรมศพ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “ปางแหย่เท้า” ประดิษฐานอยู่ภายในวิหารน้อย ลักษณะเป็นพระพุทธรูปประทับนอนหงายในหีบพระบรมศพ โดยมีพระบาทยื่นออกมาจากหีบ และมีพระมหากัสสปะพร้อมพระอรหันต์สาวกรวม 4 รูป นั่งกราบสักการะอยู่บริเวณปลายพระบาท
พระพุทธรูปองค์ดังกล่าวมีอายุกว่า 100 ปี และนับเป็นพระพุทธรูปหาชมได้ยากแห่งหนึ่งของประเทศไทย จนได้รับการยกให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัดชัยนาท
ทั้งนี้ จังหวัดชัยนาทร่วมกับวัดสรรพยาวัฒนาราม จัดกิจกรรมวันอัฏฐมีบูชารำลึกเป็นประจำทุกปี เพื่อสืบสานพระพุทธศาสนาและถวายเป็นพุทธบูชา โดยปัจจุบันในประเทศไทยมีวัดที่จัดงานวันอัฏฐมีบูชาอย่างต่อเนื่องและเป็นที่รู้จักเพียงไม่กี่แห่ง ได้แก่ วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง จังหวัดอุตรดิตถ์ วัดใหม่สุคนธาราม จังหวัดนครปฐม และวัดสรรพยาวัฒนาราม จังหวัดชัยนาท
นอกจากจะเป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญทางพระพุทธศาสนาแล้ว ยังเป็นโอกาสให้พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวได้เรียนรู้คุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และสืบทอดประเพณีอันดีงามให้คงอยู่สืบไป


