หนองคาย - จบภารกิจช่วยคนลาวติดถ้ำ เมืองล่องแจ้ง สปป.ลาว เผยภารกิจ 14 วัน 13 คืน เก่งกาจ นำปอนด์ จักรกฤษณ์ และทีมกู้ภัยไทย เดินทางกลับไทยบริเวณด่านพรมแดนหนองคาย ขณะที่ลาวรับไม้ต่อติดตามช่วยอีก 2 ชีวิต รอน้ำลด หาทางช่วยใหม่
วันนี้ (8 มิ.ย.) ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 อ.เมืองหนองคาย นายศรัณย์ศักด์ ศรีเครือเนตร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย, นายสุชาติ ทอนมณี ปลัดจังหวัดหนองคาย, นางสาววรรณา ผู้อุตส่าห์ นายด่านศุลกากรหนองคายปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรหนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่ของจังหวัดหนองคาย ให้การต้อนรับ นายเก่งกาจ บ้งกาวงศ์ หัวหน้ากู้ภัยและผู้บัญชาการภารกิจช่วยเหลือผู้สูญหายติดในถ้ำเมืองล่องแจ้ง แขวงไชยสมบูรณ์ สปป.ลาว,
นายจักรกฤษณ์ แต่งตั้ง หรือปอนด์ และทีมกู้ภัยไทยที่เดินทางไปร่วมปฏิบัติภารกิจค้นหาและช่วยเหลือผู้ติดถ้ำ 7 คน รวมเวลาทั้งหมด 14 วัน 13 คืน โดยช่วยเหลือคนลาวออกจากถ้ำได้ 5 คน แต่ยังไม่พบอีก 2 คน แม้จะมีความพยายามค้นหาอย่างเต็มกำลัง แต่เกิดอุปสรรคทางธรรมชาติ ทั้งฝนตกหนัก ดินโคลน ที่อาจเป็นอันตรายต่อเจ้าหน้าที่ทีมค้นหา จึงตัดสินใจยุติภารกิจ และเดินทางกลับประเทศไทย ซึ่งทางการลาวและประชาชนชาวลาวได้แสดงความขอบคุณทีมงานกู้ภัยไทยกับภารกิจยิ่งใหญ่ในครั้งนี้
นายเก่งกาจ บ้งกาวงศ์ หัวหน้ากู้ภัยและผู้บัญชาการภารกิจช่วยเหลือผู้สูญหายติดในถ้ำเมืองล่องแจ้ง แขวงไชยสมบูรณ์ กล่าวว่า ภารกิจการประสานงานข้ามประเทศเพื่อนำทีมกู้ภัยไปช่วยเหลือ มีการเซตระบบสั่งการ แบ่งหน้าที่กันทำ พบทั้งปัญหาอุปสรรค เนื่องจากสภาพถ้ำในลาวแตกต่างจากถ้ำหลวงหรือถ้ำอื่นๆ ในไทยมาก เสมือนรูแคบๆ ที่ต้องหมอบคลานกันทุกวัน กว่าจะค้นหาได้ยากพอสมควร ต้องทำงานแข่งกับเวลา สภาพอากาศเป็นตัวแปรสำคัญ ท้าทายระบบความปลอดภัยของทีมงาน
โชคดีที่การวางระบบเซฟตี้ทำให้ภารกิจช่วยเหลือ 5 คนในชุดแรกรอดมาได้อย่างปลอดภัย ส่วนอีก 2 คน สภาพอากาศไม่เป็นใจเกิดอาฟเตอร์ช็อก ส่งผลต่อหินและดินในถ้ำ คณะอาจารย์ที่เดินทางจากไทยไปช่วยเหลือวิเคราะห์พูดคุยกันว่าพื้นที่ดังกล่าวเสี่ยงต่อการเกิดเหตุ ไม่อาจปฏิบัติภารกิจต่อไป เหนือสิ่งอื่นใด ได้วางอุปกรณ์ เครื่องยังชีพ ถังออกซิเจน และอุปกรณ์ของทีมงานกู้ภัยยังอยู่ในถ้ำ หวังว่าจะมีปาฏิหาริย์แก่ 2 คนที่เหลือให้สามารถใช้เครื่องยังชีพที่วางไว้ให้เพื่อยังชีพก่อนจะพาตัวเองออกจากถ้ำได้
การบริหารจัดการน้ำเป็นสิ่งสำคัญ ทางการลาวจะบริหารจัดการน้ำต่อ ลดพื้นที่น้ำ เพิ่มพื้นที่อากาศ เพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของอีกสองคน ยังเป็นกำลังใจให้ครอบครัวทุกคน ส่วนสุขภาพของทีมงานกู้ภัยนั้นอิดโรยเพราะ 14 วัน 13 คืนที่เราปฏิบัติภารกิจทั้งวันทั้งคืน อาจจะห่วงสภาพจิตใจ จะมีการตรวจร่างกาย ทุกคนผูกพันกับญาติ ความหวัง ทราบถึงความคาดหวังของญาติที่มีต่อทีมกู้ภัย ภารกิจยังไม่เสร็จ ก็อาจจะมีผลกระทบต่อจิตใจของทีมงานทุกคน
ขณะที่นายจักรกฤษณ์ แต่งตั้ง หรือปอนด์ กล่าวว่า รู้สึกดีทั้งการต้อนรับของไทยและลาว ซึ่งตนได้มอบเงินช่วยเหลือญาติผู้ประสบภัยทั้งสองครอบครัวที่ยังติดอยู่ในถ้ำจำนวน 60 ล้านกีบ หรือประมาณ 90,000 บาท เงินของกู้ภัยทั้งหมดร่วมกันสมทบอีก 50 ล้านกีบ เพื่อให้เป็นทุนในการใช้ชีวิตของครอบครัวผู้สูญหาย
ด้านนายศรัณย์ศักด์ ศรีเครือเนตร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า ทีมกู้ภัยเดินทางกลับประเทศ ได้รับการอำนวยการจากทางการลาวอย่างดียิ่ง เดินทางมาส่งถึงที่ เป็นกำลังใจที่ดีให้กัน ความร่วมมือนั้นพร้อมจะสนับสนุนทีมงานในทุกด้านที่ให้ช่วย ที่ทางการจะช่วยได้ หลักคือการวางแผน การเซตระบบ กู้ภัยเชี่ยวชาญและบูรณาการกันได้ดีอยู่แล้ว
ด้านนายพูทอน คำพิลาวง ผู้ประสานงานปฏิบัติงานกอบกู้ 7 คนติดในถ้ำ ชาวลาว กล่าวว่า นับว่าเป็นความปลื้มปีติยินดีที่ทางการไทยและคณะกู้ภัยไทย การทำงานในครั้งนี้แม้จะมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เมื่อได้ทำไปแล้วรู้สึกได้ว่าทั้งภาครัฐของลาวและไทยให้การสนับสนุนเต็มที่ สามารถช่วยเหลือ 5 คนออกมาจากถ้ำได้ และทั้ง 5 คน ปลอดภัยสุขภาพแข็งแรงดี แม้จะยังไม่สามารถนำอีก 2 คนออกมาได้เนื่องจากธรรมชาติไม่เป็นใจ
แต่หลังจากที่ทีมงานออกมาแล้ว ได้วางเวชภัณฑ์ ยารักษาโรค อาหาร เครื่องดื่ม วางไว้บริเวณจุดใกล้เคียง เผื่อว่าทั้งสองคนออกมาจากถ้ำได้จะนำมารับประทานช่วยชีวิตไว้ก่อน เนื่องจากปริมาณน้ำในถ้ำมีมาก ทางการลาวได้เร่งสูบน้ำออกและจะมีการประเมินพิจารณาแนวทางค้นหา ซึ่งได้ข้อมูลจากทีมสแกนพื้นที่ ทราบจุดตาน้ำ รวมทั้งจุดระบายน้ำ เพื่อให้มีโอกาสช่วยชีวิต หรือผู้ที่ยังติดในถ้ำจะมีชีวิตรอดอยู่ได้


