xs
xsm
sm
md
lg

​ปธ.สภาอุตสาหกรรมตราด ชี้ ไทยช่วยไทยพลัส สร้างเงินหมุนเวียนในพื้นที่ได้มาก 500-800 ล้านบาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ตราด -ปธ.สภาอุตสาหกรรมตราด ชี้โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60:40 สร้างเงินหมุนเวียนในพื้นที่ได้มาก 500-800 ล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจ​ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดด่านและสงครามตะวันออกกลางได้กว่า 10% ขณะคลังจังหวัด ระบุยอดใช้จ่ายโครงการถึงวันที่ 4 มิ.ย.69 มีแล้วถึง 24.35 ล้านบาท

วันนี้ ( 7 มิ.ย.) นายสุทธิลักษณ์ คุ้มครองรักษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตราด เผยถึงภาพรวมเศรษฐกิจในพื้นที่นับตั้้งแต่ต้นปี 2569 ที่ผ่านมา ว่าแม้จะยังคงอยู่ในภาวะซบเซาเนื่องจากภาคการท่องเที่ยวยังอยู่ในช่วงโลว์ซีซั่น ส่วนภาคค้าชายแดนอยู่ในช่วงปิดจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก จึงยังค้ขายไม่ได้

แต่สาเหตุที่ทำให้เศรษฐกิจของ จ.ตราด เดินอยู่ได้ก็เพราะภาคการเกษตร ที่ยังคงเติบโตจนสามารถรักษาเสถียรภาพ​ทางเศรษฐกิจในพื้นที่และภาคอุตสาหกรรมไว้ได้ ขอแค่เพียงไม่ให้ราคาผลไม้ตกต่ำก็จะสามารถพยุงตัวไปได้จนถึงเดือน ต.ค. เพื่อให้ภาคท่องเที่ยวกลับมาเป็นดันเศรษฐกิจของจังหวัดต่อไป

" อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางยุติลงเร็วการท่องเที่ยวของ จ.ตราด ก็จะกลับมาดีอีกครั้ง เพราะขณะนี้มีทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ยกเลิกการเดินทางและบางส่วนก็ขยายการเดินทางออกไป และหากสงครามยุติลงได้ก็จะส่งผลดีต่อค่าเงินที่จะลดลง ตาม และจะทำให้ตราดกลับมาสู่การเติบโตทางการท่องเที่ยวได้อีกครั้งในช่วงปลายปี 2569"

ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตราด
ส่วน โครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่นั้น ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตราด ให้ความเห็นว่าสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจของ จ.ตราด ได้และจะทำให้กระตุ้นการใช้จ่ายได้มากถึง 500-1,000 ล้านบาท หากย้อนไปในโครงการคนละครึ่งพลัสจะพบว่าในรอบที่ผ่านมา จังหวัดตราดมีเงินหมุนเวียนในโครงการนี้ระหว่าง 500-800 ล้านบาท จากนโยบาย 60:40

" ในครั้งที่รัฐบาลทำโครงการคนละครึ่ง ก็ทำให้ธุรกิจการค้าในจังหวัดตราดมีเงินหมุนเวียนและสร้างความเติบโตได้ถึง 10% ส่วนในครั้งนี้ก็เชื่อว่าน่าจะสร้างความเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 10% หรือมากกว่านั้น”ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.ตราด กล่าว


ด้าน นางสุณีวรรณ นอบไทย คลังจังหวัดตราด เผยข้อมูลเศรษฐกิจของ จ.ตราด ตามที่ได้รับจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ว่าในปี 2569 เศรษฐกิจ จ.ตราด มีแนวโน้มขยายตัวในอัตราชะลอลง โดยคาดว่าจะเติบโตประมาณร้อยละ 1.5 สะท้อนการฟื้นตัวที่ยังเปราะบาง โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากด้านการผลิต

 ขณะที่ภาคเกษตรกรรมขยายตัวร้อยละ 6.3 จากการเพิ่มขึ้นของผลผลิตสินค้าเกษตรสำคัญ เช่น ทุเรียน ปาล์มน้ำมัน สับปะรดตราดสีทอง และสัตว์น้ำขึ้นท่า 

อย่างไรก็ตาม การขยายตัวดังกล่าวยังถูกจำกัดจากความผันผวนของสภาพอากาศ และราคาสินค้าเกษตรหลายชนิดที่ปรับลดลง ส่งผลให้รายได้เกษตรกรปีนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมยังคงหดตัวร้อยละ -1.7 จากการชะลอการลงทุนและการปรับโครงสร้างโรงงาน 

และภาคบริการหดตัวร้อยละ -3.7 ตามการลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ จากผลกระทบของปัจจัยภายนอก ทั้งความขัดแย้งในตะวันออกกลางและสถานการณ์ชายแดนที่กระทบต่อความเชื่อมั่นและการเดินทาง 


ส่วนการใช้จ่ายผ่าน โครงการไทยช่วยไทยพลัส สรุปถึงวันที่ 4 มิ.ย. 2569 พบว่ามียอดมาใช้จ่ายแล้ว 24.35 ล้านบาท แบ่งเป็นจับจ่ายในอาหารและเครื่องดื่ม จำนวน 9.90 ล้านบาท ร้านค้าทั่วไปและอื่นๆ 6.51 ล้านบาท,ร้านธงฟ้า 7.82 ล้านบาท และร้านโอท๊อป 0.13 ล้านบาท ……