อุดรธานี - สุดเศร้า เด็กหญิงวัย 8 และ 9 ขวบ พากันปั่นจักรยานออกจากบ้านตั้งแต่เช้าก่อนหายตัวไป ครอบครัวและชาวบ้านระดมค้นหานานหลายชั่วโมง กระทั่งพบรถจักรยาน รองเท้า และร่องรอยริมสระน้ำหลังโรงเรียน ก่อนนักประดาน้ำงมหาพบร่างทั้งคู่จมอยู่ก้นสระลึก 2 เมตร ท่ามกลางเสียงร้องไห้ระงมของญาติ โดยเฉพาะพ่อน้องส้มโอที่ปล่อยโฮด้วยความเสียใจ
เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ
สภ.เมืองอุดรธานีได้รับแจ้งจากนายทชากร ทองอ่อน อายุ 30 ปี ว่า ด.ญ.ปิยธิดา
ทองอ่อน หรือ “น้องส้มโอ” อายุ 9 ขวบ บุตรสาว พร้อมด้วย “น้องสายรุ้ง” อายุประมาณ 8
ขวบ ซึ่งเป็นเพื่อนบ้าน ได้หายออกจากบ้านเลขที่ 64 หมู่ 3 บ้านหนองใส ต.หนองนาคำ
อ.เมือง หลังพากันปั่นจักรยานสีส้มออกจากบ้านตั้งแต่เวลาประมาณ 09.00 น. หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อได้อีก
ต่อมาเวลาประมาณ 16.00 น.วันเดียวกัน ครอบครัวเริ่มผิดสังเกตเนื่องจากเด็กทั้งสองยังไม่กลับบ้าน จึงช่วยกันออกติดตามค้นหาในพื้นที่ใกล้เคียงแต่ไม่พบร่องรอย กระทั่งนายทชากรได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อขอให้ช่วยติดตามตัวเด็กทั้งสองอย่างเร่งด่วน
ระหว่างที่เจ้าหน้าที่และชาวบ้านกำลังระดมค้นหา
มีพลเมืองดีแจ้งเบาะแสสำคัญว่าพบรถจักรยานสีส้มของเด็กทั้งสองอยู่บริเวณสระน้ำด้านหลังโรงเรียนเทศบาล 1 หนองใส เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบรถจักรยาน 2 คันล้มอยู่ริมสระน้ำ
ใกล้กันยังพบรองเท้าของเด็กและกล่องของเล่นตกอยู่บริเวณดังกล่าว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าช่วยค้นหาอย่างเร่งด่วน
กระทั่งเวลาประมาณ 20.00 น. คืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิส่งเสริมธรรมแห่งอุดรธานีได้จัดชุดนักประดาน้ำลงค้นหาภายในสระน้ำดังกล่าว โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาทีพบร่างของเด็กหญิงทั้งสองจมอยู่บริเวณก้นสระน้ำที่มีความลึกประมาณ 2 เมตร เจ้าหน้าที่จึงนำร่างขึ้นจากน้ำเพื่อให้แพทย์และพนักงานสอบสวนดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอน
ทันทีที่เจ้าหน้าที่พบร่างของน้องส้มโอและน้องสายรุ้ง ญาติพี่น้องที่เฝ้าติดตามการค้นหาต่างพากันร้องไห้ด้วยความเสียใจ โดยเฉพาะนายทชากร ทองอ่อน พ่อน้องส้มโอ ที่ถึงกับปล่อยโฮออกมาทันทีเมื่อทราบข่าวการสูญเสียลูกสาว ขณะที่ญาติและชาวบ้านต่างพากันเข้าโอบกอดและให้กำลังใจ
นางสาวพัชรี จำปากุล หรือ “ไอซ์” พี่สาวของน้องสายรุ้ง เปิดเผยด้วยเสียงสั่นเครือว่า ทราบข่าวจากคุณยายที่ขี่รถมาบอกที่บ้านว่าหลานหายตัวไปตั้งแต่ช่วงบ่าย จึงรีบชักชวนคนในครอบครัวออกตามหาตามจุดต่างๆ ทั่วหมู่บ้าน แต่ไม่พบร่องรอยของเด็กทั้งสอง
“ตอนแรกคุณยายมาบอกว่าน้องหายตั้งแต่ช่วงบ่าย หนูกับคนในบ้านก็พากันออกตามหาหลายที่ แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ จนกำลังจะถอดใจกลับบ้าน เห็นรถกู้ภัยขี่ผ่านไปอย่างเร่งรีบ เลยขี่รถตามมาดู ก่อนจะทราบจากเจ้าหน้าที่ว่าเจอเด็ก 2 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือน้องของหนู” นางสาวไอซ์กล่าว
นางสาวไอซ์บอกอีกว่า จุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากบ้านเพียงประมาณ 150 เมตรเท่านั้น และที่ผ่านมาไม่เคยทราบมาก่อนว่าน้องจะมาเล่นบริเวณดังกล่าว โดยก่อนออกจากบ้านน้องบอกเพียงว่าจะออกไปปั่นจักรยานเล่นกับเพื่อนตามประสาเด็กๆ
ด้านนายยงยุทธ สารวัตรกำนัน กล่าวว่า จากสภาพพื้นที่และร่องรอยที่พบคาดว่าเด็กทั้งสอง อาจเล่นดินหรือโคลนจนมือเปื้อน ก่อนพากันเดินลงไปที่ขอบสระเพื่อล้างมือ แต่มีความเป็นไปได้ว่าเด็กคนหนึ่งอาจลื่นพลัดตกลงไปในน้ำ ขณะที่อีกคนพยายามเข้าช่วยเหลือจนเกิดเหตุสลดขึ้นกับทั้งสองคน “ดูจากรอยเท้าที่พบบริเวณริมสระ คาดว่าน้องๆ น่าจะมาเล่นกัน แล้วเดินลงไปล้างมือในน้ำ ก่อนจะเกิดอุบัติเหตุขึ้น
สำหรับสระน้ำจุดเกิดเหตุเป็นสระที่ขุดขึ้นในที่ดินของชาวบ้าน โดยทราบว่ามีการพัฒนาพื้นที่เพื่อเตรียมซื้อขายที่ดิน และเพิ่งขุดสระดังกล่าวได้ประมาณ 1 เดือนเศษเท่านั้น ก่อนจะมาเกิดเหตุการณ์สลดครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นจากการตรวจสอบของแพทย์และพนักงานสอบสวนพบว่าร่างของเด็กหญิงทั้งสองมีสภาพแข็ง คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วหลายชั่วโมง สอดคล้องกับช่วงเวลาที่เด็กหายตัวไป โดยญาติไม่ได้ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต เนื่องจากเชื่อว่าเกิดจากการจมน้ำ ภายหลังการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้มอบหมายให้หน่วยกู้ภัยนำร่างของน้องส้มโอและน้องสายรุ้งส่งเก็บรักษาไว้ที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เพื่อรอให้ญาติดำเนินการติดต่อรับศพกลับไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลและประกอบพิธีทางศาสนาตามประเพณีต่อไป


