xs
xsm
sm
md
lg

ไทยออยล์ จับมือเทศบาลนครแหลมฉบัง-ชุมชนบ้านทุ่ง ปลูกต้นไม้ ฟื้นฟูสวนป่าชุมชน เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก 2569

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวศรีราชา - กลุ่มไทยออยล์ ร่วมกับเทศบาลนครแหลมฉบัง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ชุมชน10 ชุมชนรอบโรงกลั่น จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2569 ณ สวนป่าชุมชนบ้านทุ่ง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

วันนี้ (5 มิ.ย.) กลุ่มไทยออยล์ ร่วมกับเทศบาลนครแหลมฉบัง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ประธาน คณะกรรมการชุมชนและประชาชน 10 ชุมชนรอบโรงกลั่น ได้ร่วมกันปลูกต้นไม้เพิ่มเติมและปลูกทดแทนต้นไม้เดิม รวมจำนวน 100 ต้น ซึ่งดูดกลับคาร์บอนไดออกไซด์ 0.95 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า บริเวณโดยรอบและแนวรั้วของสวนป่าชุมชนบ้านทุ่ง เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ ฟื้นฟูภูมิทัศน์ และขยายแนวพื้นที่สีเขียวให้ต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการจัดนิทรรศการและกิจกรรมให้ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและปลูกจิตสำนึกการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าให้แก่ประชาชนและเยาวชนในพื้นที่

นายประพฤทธิ์ ผกผ่า กล่าวว่า กลุ่มไทยออยล์ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและชุมชน ภายใต้แนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยตระหนักว่าพื้นที่สีเขียวรอบโรงกลั่นมีความสำคัญต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน จึงมุ่งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดูแล รักษา และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง

สำหรับสวนป่าชุมชนบ้านทุ่ง นับเป็นหนึ่งในพื้นที่สีเขียวสำคัญของชุมชนรอบโรงกลั่น โดยกลุ่มไทยออยล์ได้ร่วมกับคณะกรรมการชุมชน เทศบาลนครแหลมฉบัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการพัฒนาและฟื้นฟูพื้นที่แห่งนี้ภายใต้แนวทางความร่วมมือแบบ “สามประสาน” ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา เพื่อให้สวนป่าชุมชนเป็นทั้งแหล่งเรียนรู้พื้นที่พักผ่อนและพื้นที่ธรรมชาติที่คนในชุมชนสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้

ตลอดระยะเวลากว่า 6 ปีที่ผ่านมา ความร่วมมือดังกล่าวได้ก่อให้เกิดการปลูกต้นไม้และพัฒนาพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน มีต้นไม้ที่ได้รับการปลูกสะสมแล้วประมาณ 455 ต้น ซึ่งดูดกลับคาร์บอนไดออกไซด์ 20.34 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว ฟื้นฟูสภาพแวดล้อม และสร้างภูมิทัศน์ที่เอื้อต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในชุมชน

สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการร่วมรณรงค์เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลกแล้ว ยังสะท้อนถึงพลังความร่วมมือของภาคเอกชน ภาครัฐ ภาคการศึกษา และชุมชนในพื้นที่ ในการร่วมกันดูแลทรัพยากรธรรมชาติและขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนอย่างสมดุลและยั่งยืน