ตราด- อบต.แหลมกลัด จับมือประมงตราด จัดกิจกรรม“ลงแขก ลงคลองล่าปลาหมอคางดำ” ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 ในปี 2569 หลังพบแพร่พันธ์ุในพื้นที่ ดึงชาวบ้านแข่งจับแลกเงิน ทำสถานการณ์ล่าสุดปริมาณเริ่มลดน้อยลง
เมื่อเวลา 09.30 น.วันนี้ ( 5 มิ.ย.) นางหฤทัย เพ่งประถม นายกอบต.แหลมกลัด ร่วมกับ นายกุณสมบัติ ศิริสมบัติ ประมงจังหวัดตราด ร่วมทำกิจกรรม”“ลงแขก ลงคลอง ล่าปลาหมอคางดำ” ที่บริเวณคลองนา ซอย 2 บ้านแหลมกลัด ต.แหลมกลัด อ.เมืองตราด หลังพบการแพร่พันธ์ุของ ปลาหมอคางดำ ในพื้นที่ ต.แหลมกลัด เป็นจำนวนมากโดยเฉพาะในแหล่งน้ำคลองท่าน้ำ ม. 2
ซึ่ง อบต.แหลมกลัด ได้ดำเนินการรณรงค์ให้ชาวบ้านในพื้นที่จับ ปลาหมอคางดำ มาแล้วอย่างต่อเนื่องแต่ก็ยังคงมีการแพร่ระบาดในพื้นที่
นางหฤทัย เผยว่าการจัดกิจกรรมในครั้งนี้เพื่อรณรงค์การกำจัด ปลาหมอคางดำ ให้เหลือน้อยที่สุด รวมทั้งยังกระตุ้นชาวแหลมกลัด ให้ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม “ลงแขก ลงคลอง ล่าปลาหมอคางดำ”เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่าง อบต.แหลมกลัด และชาวบ้าน
โดย อบต.แหลมกลัด จะรับซื้อปลาหมอคางดำ ในราคา 10 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนผู้ชนะเลิศจับปลาหมอคางดำ ได้น้ำหนักมากที่สุดจะได้รับรางวัลเงินสด 2,000 บาท อันดับ 2 ได้ 1,000 บาทและอันดับ 3 ได้ 500 บาท
การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีชาวบ้านแหลมกลัด ที่เป็นชาวประมงสมัครแข่งขันจำนวน 12 คน รวมทั้ง นายศุภกิต จันทเสนสกุล อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังเจ้าของ "เพจวิถีพื้นบ้าน" ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 5.8 แสนคนเข้าร่วมแข่งขันเพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมในครั้งนี้ด้วย
ผู้แข่งขันใช้เครื่องมือหลากหลายชนิด เช่น สวิง แห และอวน โดยแหได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานประมงจังหวัดตราด
หลังจากผู้ร่วมกิจกรรมได้ถ่ายภาพร่วมกันแล้ว นายก อบต.แหลมกลัดได้ทำการปล่อยตัวให้ผู้แข่งขันทั้ง 12 คนลงจับปลาหมอคางดำ ซึ่งนอกจากชาวบ้านจะใช้แหทอดปลาหมอคางดำได้แล้ว ยังทอดแหติดปลาดุกทะเลขนาดความยาวกว่า 1 ฟุต และปลาอื่นๆอีกด้วย
ขณะที่ นายกุณสมบัติ ศิริสมบัติ ประมงจังหวัดตราด กล่าวว่าหลังจากที่ จ.ตราด ได้พบปลาหมอคางดำ ครั้งแรกเมื่อปี 2568 จำนวน 4 ตัว และในเดือน มี.ค. 2569 จำนวน 23 ตัว ประมงจังหวัดตราด จึงประเมินว่าน่าจะมีการแพร่พันธ์ุเพิ่มขึ้น จึงเริ่มดำเนินการรณรงค์ป้องกันด้วยการจัดกิจกรรมจับปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำอย่างต่อเนื่องจึงทำให้สถานการณ์ดีขึ้นและสามารถกำจัดอย่างได้ผล
และจากการสำรวจการแพร่พันธ์ในพื้นที่อื่นๆนั้น ยังไม่พบไปแพร่ระบาดที่ใดอีก โดยเฉพาะในแหล่งน้ำจืดทั้งในแม่น้ำและอ่างเก็บน้ำ


