ศูนย์ข่าวศรีราชา- วุ่นทั้งโรงพัก! ลูกหนี้แสบตั้งค่าโอนสายจากโทรศัพท์ตนเองมายังศูนย์วิทยุ สภ.เมืองพัทยา เลี่ยงการถูกเจ้าหนี้โทรฯทวงถาม ทำตำรวจไม่เป็นอันทำงานต้องตอบคำถามถึงขั้นโต้คารมเดือดผกก.สภ.เมืองพัทยา เผยช่วง 3 วันมีไม่ต่ำกว่า 200 สาย เร่งตรวจสอบหมายเลขต้นทางดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอ ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศูนย์วิทยุ สภ.เมืแงพัทยา ถูกบุคคลที่อ้างตัวเป็นเจ้าหนี้โทรศัพท์เข้ามาทวงหนี้ แม้ชี้พยายามชี้แจงหมายเลขที่โทรฯเข้ามาเป็นหม่ยเลขของสถานีตำรวจ แต่ก็ยังไม่วายถูกบุคคลรายดังกล่าวต่อว่าด้วยถ้อยคำรุนแรง จนชาวเน็ตต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหลากหลายมุ.มองนั้น
วันนี้ (2 มิ.ย.) พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา ได้เข้าให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์วิทยุ พร้อมติดตามแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องจากตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมายังคงมีสายโทรศัพท์ลักษณะทวงหนี้เข้ามายังโรงพักอีกไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง และยังพบว่าผู้โทรฯเข้ามาส่วนใหญ่เป็นกลุ่มติดตามทวงหนี้จากการกู้ยืมเงินผ่านแอพพลิเคชัน
ซึ่งจากการตรวจสอบทราบว่า กลุ่มผู้ทวงหนี้ใช้ทั้งภาษาไทยและบุคคลที่มีสำเนียงคล้ายชาวกัมพูชา เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้โทรฯเข้ามาก่อกวนเพื่อทำการบล็อกหมายเลขดังกล่าว และเตรียมส่งข้อมูลให้ฝ่ายสืบสวนตรวจสอบทางเทคนิค ติดตามผู้เกี่ยวข้อง
โดย พ.ต.อ.เอนก เผยว่าปัจจุบัน สภ.เมืองพัทยา ได้เปิดให้ประชาชนสามารถแจ้งเหตุผ่านหมายเลขโทรศัพท์มือถือสายตรงของสถานี นอกเหนือจากสายด่วน 191 เพื่อเพิ่มความสะดวกในการขอความช่วยเหลือ แต่ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา มีผู้ไม่หวังดีตั้งค่าโอนสายจากโทรศัพท์ของตนมายังเบอร์ของโรงพัก เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเจ้าหนี้ติดตามทวงถาม
จนทำให้ตลอดช่วง 3 วันที่ผ่านมา มีสายโทรศัพท์ทวงหนี้โทรฯเข้ามายังโรงพักรวมแล้วกว่า 200 สาย จนทำให้เกิดการโต้เถียงระหว่างเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์วิทยุ และกลุ่มึนทวงหนี้จนกลายเป็นคลิปไวรัลในเวลาต่อมา
ทั้งนี้ ผกก.สภ.เมืองพัทยา ได้ขอความร่วมมือประชาชนไม่ใช่หมายเลขโทรศัพท์ของสถานีตำรวจในทางที่ผิด หรือโทรศัพท์เข้ามาก่อกวน เนื่องจากอาจกระทบต่อการรับแจ้งเหตุและการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่กำลังอยู่ในภาวะฉุกเฉิน
พร้อมยืนยันว่าเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ต้นทางทั้งหมด เพื่อที่จะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาดต่อไป.


