xs
xsm
sm
md
lg

เผยนาทีเหี้ยม! หลานเล่าชัด แม่ใจยักษ์เหวี่ยงลูก 8 เดือนฟาดผนังปูน-อุ้มโยนทิ้ง ปล่อยร้องกองขยะ 3 ชม.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กำแพงเพชร – สุดสะเทือนใจซ้ำ..หลานสาววัย 15 ปี เล่าชัด แม่ใจเหี้ยมมีประวัติเสพยาจนป่วยจิต จับลูกอายุ 8 เดือน ฟาดกับผนังปูน ก่อนอุ้มโยนทิ้งแล้วกลับมานอนในบ้านหน้าตาเฉย ปล่อยลูกร้องอยู่ในกองขยะนาน 3 ชั่วโมง สุดท้ายเด็กป่วยและเสียชีวิตในที่สุด


ความคืบหน้าคดีสะเทือนใจผู้คนในสังคม กรณี "น้องใบบุญ" ทารกวัย 8 เดือน เสียชีวิตจากการถูกแม่แท้ๆทำร้ายร่างกาย ล่าสุด พนักงานสอบสวน สภ.คลองขลุง ยังคงเดินหน้าสอบปากคำ นายทศพร หรือ กุ้ง อายุ 31 ปี ผู้เป็นบิดา ซึ่งเปิดเผยภายหลังด้วยความโศกเศร้าว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้พาลูกชายกลับมาเยี่ยมภรรยาที่บ้านพักในพื้นที่ หมู่ 3 ต.หัวถนน อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร เนื่องจากญาติที่ช่วยเลี้ยงดูอยู่ที่วัดเกิดป่วย

วันเกิดเหตุตนออกไปทำงานก่อสร้าง ตั้งใจจะเบิกเงินมาซื้อนมผงกับผ้าอ้อม และเตรียมจะพาลูกกลับไปอยู่ที่วัดในช่วงเย็น แต่เมื่อเลิกงานกลับมาไม่พบใคร จึงตามมาที่โรงพยาบาลและพบว่าลูกชายเสียชีวิตแล้ว แม้ตนจะไม่เห็นเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ แต่ก็เชื่อว่าภรรยาเป็นผู้ลงมือจริง และหลังจากให้ปากคำเสร็จสิ้นก็จะเดินทางไปรอรับศพลูกชายเพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลต่อไป


ด้านเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.คลองขลุง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านพักที่เกิดเหตุและจุดบริเวณกองขยะในป่าข้างบ้านเพื่อเก็บหลักฐานเพิ่มเติมใช้ประกอบสำนวนคดี

ทั้งนี้จากการขยายผล พบพยานปากสำคัญคือ หลานสาววัย 15 ปี ของผู้ก่อเหตุซึ่งเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ให้การว่า ในช่วงเที่ยงวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา เห็น น.ส.ตาล (ผู้เป็นอา) จับน้องใบบุญเหวี่ยงฟาดกับผนังปูนข้างบ้านอย่างรุนแรง ก่อนจะนำร่างไปโยนทิ้งไว้ในกองขยะ ซึ่งเด็กส่งเสียงร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดอยู่นานกว่า 3 ชั่วโมง แต่มารดากลับเข้าไปนอนหลับในบ้านอย่างหน้าตาเฉย โดยหลานสาวตกใจและกลัวมากจนไม่กล้าเข้าไปช่วยอุ้มเด็กขึ้นมา เพราะเกรงว่าจะถูกทำร้ายไปด้วย


ด้านนางนาง อายุ 49 ปี มารดาของ น.ส.ตาล และเป็นยายของเด็กที่เสียชีวิต ได้เปิดเผยข้อมูลว่า น.ส.ตาล มีลูกทั้งหมด 4 คน จากสามี 4 คน ลูก 3 คนแรก เจ้าหน้าที่ได้นำไปดูแลที่มูลนิธิเด็กในจังหวัดนครสวรรค์เนื่องจากมารดาไม่มีความพร้อมในการเลี้ยงดู เหลือเพียงน้องใบบุญที่เป็นลูกคนสุดท้อง นอกจากนี้ ยายยังยอมรับว่า น.ส.ตาล มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและเคยถูกส่งตัวไปบำบัดรักษา รวมถึงเคยมีพฤติกรรมก้าวร้าวทำลายทรัพย์สินของชาวบ้านในชุมชนมาก่อนหน้านี้

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยายของเด็กระบุว่า วันเกิดเหตุตนออกไปเก็บของเก่านอกบ้าน จึงไม่เห็นพฤติกรรมโหดร้ายดังกล่าว และในตอนแรกยังไม่ปักใจเชื่อว่าลูกสาวจะทำร้ายหลานได้ลงคอ จนกระทั่งทราบความจริงจากหลานสาววัย 15 ปี ที่ไปให้การกับตำรวจ

ซึ่งเหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจและเกินกว่าจะรับได้ พร้อมยืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะไม่มีการปกป้องพฤติกรรมรุนแรงของลูกสาวอย่างเด็ดขาด และปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกฎหมายในการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด