เชียงราย – เรียกร้องนายกฯ รมว.คลัง-ตปท.-เกษตร-กระทรวงทรัพย์ ต้องรับฟังเร่งแก้ปัญหา..ภาค ปชช.เครือข่ายปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง สาละวิน และกระบุรี วางโปรแกรมธรรมยาตรา-เสวนา วันสิ่งแวดล้อมโลก ตีแผ่ปมเหมือนเถื่อนเมียนมาก่อมลพิษข้ามพรมแดน ซึมลึกทั้งในน้ำ ตะกอนดิน ผัก ปลา และน้ำประปา
ดร.สืบสกุล กิจนุกรณ์ นักวิชาการมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง อาจารย์นิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ นายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา ผู้อำนวยการสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต ในนามตัวแทนภาคประชาชนและเครือข่ายปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง สาละวิน และกระบุรี แถลงข่าวที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย (ขัวศิลปะ) อ.เมืองเชียงราย เตรียมจัดกิจกรรมวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิ.ย.2569
กำหนดเดินธรรมยาตราเพื่อปกป้องแม่น้ำฯ จาก ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ขนานมากับแม่น้ำกกจนถึง อ.เมืองเชียงราย เริ่มตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค.และหยุดเสวนาช่วงค่ำเรื่อง "1 ปี แม่น้ำกกปนเปื้อนข้ามพรมแดน"
จากนั้นวันที่ 1 มิ.ย.เดินทางไปตามเส้นทางวัดใหม่หมอกจ๋าม-โรงเรียนผาใต้ มีเวทีวัฒนธรรมและเสวนา "ฟังเสียงประชาชนข้อกังวลสารพิษปนเปื้อนในแม่น้ำและทิศทางการปัญหาให้ชุมชน" วันที่ 2 มิ.ย.เดินทางไปยังโรงเรียนผาขวางและจัดกิจกรรมร่วมกับชุมชน
3 มิ.ย.ไปดูผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่บ้านแคววัวดำ ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย วันที่ 4 มิ.ย.จัดเวทีเสวนาสถานการณ์และข้อเสนอแนะที่บ้านห้วยทรายขาว และวันที่ 5 มิ.ย.เดินทางโดยเรือจากเทศบาล ต.แม่ยาว ล่องแม่น้ำกกไปยังหน้าศาลากลาง จ.เชียงราย รวมระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร
จากนั้นมวลชนซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีประมาณ 2,000 คน พร้อมคณะศิลปินจะจัดเป็นขบวนแห่ "5 สายน้ำ 5 บาดแผล" จากสวนสาธารณะข้ามสะพานแม่ฟ้าหลวงไปยังศาลากลาง จ.เชียงราย เพื่อยื่นหนังสือต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ชาว จ.เชียงราย ทุกคน
เพื่อส่งต่อไปยังนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้แก้ไขปัญหาแม่น้ำปนเปื้อนข้ามพรมแดนที่ต้นเหตุอันเกิดจากเหมืองแร่ในประเทศเมียนมารวมถึงแก้ไขปัญหาอื่นๆ ณ ศาลากลาง จ.เชียงราย นอกจากนี้ยังมีการยื่นหนังสือไปถึง รมว.คลัง รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รมว.ต่างประเทศ และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ให้ไปร่วมรับฟังและแก้ไขปัญหากันด้วย
ดร.สืบสกุล กล่าวว่าตอนนี้เชียงราย มีการตั้งคณะกรรมการร่วมระดับจังหวัด ตรวจสอบเฝ้าระวังสารโลหะหนักทั้งในแม่น้ำ ตะกอนดิน พืชผัก ดินการเกษตร ปลา และน้ำประปา เป็นเวลาครบ 1 ปี ซึ่งพบกำลังมีการสะสมหมักหมมมากขึ้น จึงถึงเวลาที่นายกรัฐมนตรีจะต้องมาร่วมหาทางออกร่วมกัน
“10 เม.ย.2569 นายกรัฐนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่ามีปัญหาภัยความมั่นคงหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ชายแดนและข้ามแดนโดยหนึ่งในนั้นคือการทำเหมืองเถื่อนในประเทศเพื่อนบ้าน ต่อมาวันที่ 20 เม.ย.2569 ที่เชียงใหม่ ก็บอกอีกว่าจะต้องแก้ไขปัญหาปนเปื้อนข้ามพรมแดนด้วย นายกฯยังควบ รมว.มหาดไทย ซึ่งดูแลการประปาส่วนภูมิภาค ขณะที่ลุ่มแม่น้ำกกมีผู้ใช้น้ำกว่า 40,000 ครัวเรือน จึงถึงโอกาสทวงถามงบประมาณ 2,000 ล้านบาทในการพัฒนาแม่น้ำลาวเพื่อการประปาแทนแม่น้ำกกด้วย”
ส่วนการเชิญ รมว.คลัง ก็เพราะปัจจุบันมีการส่งออกแร่จากเมียนมาผ่านด่านต่างๆ ของไทยตลอดแนวเพื่อส่งออกไปยังประเทศจีน ดังนั้น รมว.คลัง ก็ควรรับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นด้วย ขณะที่ รมว.ต่างประเทศ ก็เพิ่งไปพบกับพลเอกอาวุโส มิน อ่องหล่าย ประธานาธิบดีเมียนมาเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมาและมีการแจ้งปัญหาเกี่ยวกับเหมืองแร่ ให้ทางการเมียนมาได้รับทราบ
แต่ทางการเมียนมาก็แจ้งว่าจะไม่แบ่งปันข้อมูลให้กับคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) และแจ้งว่าไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ที่ทำเหมืองได้เพราะอยู่ในเขตกองกำลังชนกลุ่มน้อยติดอาวุธ เช่น ด้าน จ.เชียงราย-เชียงใหม่ คือว้า ด้าน จ.แม่ฮ่องสอนคือคะเรนนี เป็นต้น
กรณีกระทรวงเกษตรฯ เนื่องจากมีเกษตรกรใช้ที่นาริมน้ำกว่า 100,000 ไร่ ซึ่งเสี่ยงต่อการปนเปื้อน และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง จึงอยากให้ทุกฝ่ายเดินทางไปร่วมโดยไม่ส่งข้าราชการไปแทนเพราะจะไม่สามารถตัดสินใจได้
อาจารย์นิวัฒน์ กล่าวสารปนเปื้อนในแม่น้ำข้ามชาติ เป็นเรื่องสำคัญมากและตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหาก็ยังไม่สำเร็จลุล่วง จึงอยากเรียกร้องนายกรัฐมนตรีเร่งแก้ปัญหาเพราะเกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้คนและระหว่างประเทศ
ด้านนายสมเกียรติ กล่าวว่าเวทีเสวนาแต่ละจุด ผู้ที่ได้รับผลกระทบ เช่น เกษตรกร ชาวประมง ผู้ค้าขายริมฝั่งน้ำ นักธุรกิจ ฯลฯ จะร่วมสะท้อนถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งในฐานะรัฐบาลที่ยังแก้ไขปัญหาไม่ได้ ต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการชดใช้ความเสียหายต่อภาคประชาชนในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาด้วย


