xs
xsm
sm
md
lg

พมจ.อุดรฯจับมือโรงรับจำนำ ไถ่ถอนทรัพย์สินคืน ช่วยเหลือครอบครัวกลุ่มเปราะบาง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



อุดรธานี-พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุดรธานี (พมจ.) ผนึกกำลังโรงรับจำนำ แยกบ้านจั่น เปิดโครงการ “ไถ่ถอนชีวิต” ช่วยกลุ่มเปราะบาง 2 ครอบครัว ประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง ชีวิตลำบากจนต้องยอมนำเครื่องมือหาเลี้ยงชีพไปจำนำ หวังหาเงินเลี้ยงครอบครัว ซื้อชุดนักเรียนให้หลาน

นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี มอบทรัพย์สินไถ่ถอนคืนแก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง
วันนี้ (29 พ.ค.) ที่สถานธนานุบาลเทศบาล 38 อ.เมืองอุดรธานี นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เดินทางเป็นประธานในพิธีมอบทรัพย์สินไถ่ถอนคืนแก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง โดยมีนายกิตติ สุบินมิตร ผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาล 38 พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุดรธานี และทีม One Home ร่วมต้อนรับ

นายกิตติ สุบินมิตร ผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาล 38 กล่าวว่าโครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนกลุ่มเปราะบางที่มีความจำเป็นเร่งด่วน โดยพิจารณาจากผู้ที่นำทรัพย์สินประเภทเครื่องมือประกอบอาชีพ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้ามาจำนำ ในวงเงินไม่เกิน 3,000 บาท ซึ่งจากการประสานความร่วมมือกับทาง พมจ.อุดรธานี ในการลงพื้นที่ขยายผลเยี่ยมบ้านเพื่อตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่จริง

พบว่ามีประชาชนที่กำลังประสบปัญหาขาดสภาพคล่องอย่างหนักในช่วงเปิดเทอม และมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องมือดังกล่าวในการทำมาหากิน จึงได้อนุมัติการช่วยเหลือไถ่ถอนทรัพย์สินคืนให้ในทันที จำนวน 2 ราย ประกอบด้วยรายแรก คือ นางสุดธรรม ปัตถาวะโร อายุ 68 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป มีรายได้เพียงเดือนละ 2,000-3,000 บาท ต้องแบกรับค่าเช่าบ้านเดือนละ 500 บาท

ทั้งเลี้ยงดูสมาชิกในครอบครัวรวม 4 ชีวิต โดยสามีเป็นผู้พิการทางการเคลื่อนไหว และมีหลานสาวอายุ 15 ปี ที่ยังอยู่ในวัยเรียน ที่ผ่านมาต้องประสบปัญหาค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ทั้งค่าพาสามีไปพบแพทย์ และค่าเล่าเรียนช่วงเปิดเทอม จนต้องตัดสินใจนำเครื่องมือทำมาหากินอย่าง “รอกยกของ” และ “เครื่องตัดเหล็ก” มาจำนำ

รายที่สอง คือนางสาวปาณิตา มาลาสิงห์ อายุ 58 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป มีรายได้เดือนละ 3,000 บาท ปัจจุบันอาศัยอยู่บนที่ดินของญาติ และต้องดูแลหลานในวัยเรียนอีก 2 คน อายุ 14 ปี และ 12 ปี ซึ่งในช่วงเปิดเทอมที่ผ่านมา มีภาระค่าใช้จ่ายและค่าเล่าเรียนเพิ่มสูงขึ้น จนขาดสภาพคล่องและต้องนำ “โทรทัศน์” ซึ่งเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านมาจำนำไว้ที่สถานธนานุบาล




ภายหลังพิธีมอบทรัพย์สินคืน บรรยากาศเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง โดยครอบครัวผู้ได้รับความช่วยเหลือต่างยกมือไหว้ขอบคุณเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องด้วยความตื้นตันใจ นางสุดธรรม ได้เดินเข้ากอดนายกิตติ แล้วร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ พร้อมยกมือไหว้ขอบคุณ ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีได้มอบทุนทรัพย์ส่วนตัว เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นให้กับครอบครัวผู้ประสบปัญหา

นางสุดธรรม ปัตถาวะโร เปิดใจทั้งน้ำตาว่าเดิมเครื่องมือดังกล่าวอดีตสามีเคยใช้ทำมาหากิน แต่หลังสามีประสบอุบัติเหตุจนทำงานไม่ได้ครอบครัวก็ขาดรายได้ ลูกชายที่เป็นความหวังก็คิดสั้นแต่ไม่สำเร็จตอนนี้ป่วยไม่เป็นผู้เป็นคน ส่วนเมียลูกชายหนีตามผู้ชายไป ไม่เคยติดต่อกลับมาอีกเลย ทิ้งหลานอายุ 15 ปีไว้ ทำให้ต้องเลี้ยงดูคนในบ้านรวม 4 ชีวิตเพียงคนเดียว


“เงินที่ได้จากจำนำ เอาไปซื้อชุดนักเรียน ซื้อรองเท้าให้หลานไปโรงเรียน ลำพังตัวเองไม่มีเงินพอซื้อให้เขา ตอนนี้ยายรับจ้างทั่วไป ดำนา เกี่ยวข้าว ช่วงนี้ไม่มีงานไม่มีรายได้ ดีใจที่ได้ของทำมาหากินคืนมา ขอบคุณผู้ใหญ่ทุกคนที่ไม่ทอดทิ้งคนจน สิ่งที่กังวลที่สุด คืออนาคตการศึกษาของหลานสาว เพราะแม้หลานจะมีความฝันอยากเรียนพยาบาล แต่ฐานะทางบ้านยากลำบากมาก จึงอยากขอทุนการศึกษาและความช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่ายในครอบครัว”นางสุดธรรม กล่าว

ทั้งนี้ผู้มีจิตศรัทธาที่ต้องการช่วยเหลือทุนการศึกษาให้หลานสาวสู้ชีวิตรายดังกล่าว สามารถติดต่อผ่านสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุดรธานี เพื่อร่วมส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้เด็กได้เดินตามความฝันในการเป็นพยาบาลต่อไป