บุรีรัมย์- เจ้าคณะอำเภอโนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ปมเจ้าคณะตำบลวัดดัง ถูกจับคาป่าอุทยานฯ ตาพระยา พร้อมซากตะกวดท้องแก่สัตว์ป่าสงวนฯ ถูกชำแหละและอุปกรณ์ล่าสัตว์ป่า ชี้เป็นความผิดร้ายแรงตามกม.จ่อพักทำหน้าที่ระหว่างสอบ ลั่นหากผิดจริงต้องถูกลงโทษตามวินัยสงฆ์ ส่วนคดีให้จนท.ดำเนินการไปตามกม. เผยบวชมานานกว่า 30 พรรษา เป็นเจ้าคณะตำบลไม่ต่ำกว่า 10 ปี
วันนี้ ( 29 พ.ค.69) ความคืบหน้า จากกรณีที่เจ้าหน้าที่จุดสกัดผาแดง ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานสนับสนุนป้องกันปราบปรามที่ 2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้จับกุมพระสงฆ์ อายุ 62 ปี ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัด และเจ้าคณะตำบลแห่งหนึ่งในอำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ที่บริเวณป่าด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ บ้านลำนางรอง อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติตาพระยา พร้อมซากตะกวดที่กำลังตั้งท้องถูกชำแหละ และมีร่องรอยถูกเผา น้ำหนัก 1.5 กิโลกรัม จำนวน 1 ซาก มีดปลายแหลม 1 เล่ม , เชือกเขียว 4 เส้น , กระเป๋าเป้ 1 ใบ , รองเท้าบูท 1 คู่ และแป้งโรยตัว 1 กระป๋อง เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 27 พ.ค.69 ที่ผ่านมา
แม้เจ้าคณะตำบลที่ถูกจับกุมจะให้การภาคเสธ แต่ด้วยหลักฐานที่พบ จึงถูกแจ้งข้อหา กระทำผิดตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 มาตรา 19 (3) ฐานล่อหรือนำสัตว์ป่าออกไปหรือกระทำให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ป่าด้วยประการใดๆ มาตรา19 (6) ฐานเข้าไปดำเนินกิจการใดๆ เพื่อหาผลประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ มาตรา19(7) ฐานนำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์หรือจับสัตว์หรืออาวุธใดๆ เข้าไปในเขตอุทยานฯโดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 47 ห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไปในพื้นที่อุทยานแห่งชาติตาพระยา ตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ - 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 จังหวัดสระแก้วและจังหวัดบุรีรัมย์ ตามประกาศอุทยานแห่งชาติตาพระยา
ล่าสุดทีมข่าวได้ไปสอบถามพระครูนิเทศธรรมคุณ เจ้าคณะอำเภอโนนดินแดง ระบุว่า เบื้องต้นหลังได้รับรายงาน ก็จะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยจะลงพื้นที่ไปสอบถามข้อมูลกับเจ้าคณะตำบลด้วยตัวเอง และสอบถามจากผู้นำชุมชนในพื้นที่ด้วย เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงจากหลายฝ่าย เนื่องจากกรณีดังกล่าวเป็นความผิดค่อนข้างร้ายแรง ในกระบวนการทางกฎหมาย ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการไปตามขั้นตอน แต่วินัยสงฆ์ทางคณะผู้ปกครองสงฆ์ก็ต้องดำเนินการตามระเบียบของสงฆ์เช่นกัน
ระหว่างสอบข้อเท็จจริง อาจมีการพิจารณาพักการทำหน้าที่ในตำแหน่งเจ้าอาวาส และเจ้าคณะตำบลไปก่อน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการทำหน้าที่ แต่หากผลการสอบสวนพบหลักฐานว่ามีการกระทำผิดจริง ก็จะถูกลงโทษตามวินัยสงฆ์ต่อไป ซึ่งจากข้อมูลพบว่า เจ้าคณะตำบลรูปดังกล่าว บวชมาแล้วกว่า 30 พรรษา และดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบล มาไม่ต่ำกว่า 10 ปี


