xs
xsm
sm
md
lg

รองผู้ว่าฯเชียงใหม่นำทีมเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าขยะชุมชน รองรับอย่างต่ำ650ตัน/วัน กำลังผลิต9.5เมกะวัตต์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เชียงใหม่-รองผู้ว่าฯเชียงใหม่นำทีมหน่วยงานเกี่ยวข้อง เยี่ยมชมการดำเนินงานโรงงานไฟฟ้าขยะชุมชนเชียงใหม่ หลังเริ่มเปิดเดินเครื่องอย่างเป็นทางการแล้ว รองรับขยะจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น25อำเภอ อย่างต่ำวันละ 650 ตัน เข้าสู่กระบวนการเทคโนโลยีทันสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แปรรูปผลิตเป็นกระแสไฟฟ้า 9.5 เมกะวัตต์ ส่งขายการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค


วันนี้ (28 พ.ค. 69) นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าขยะชุมชนเชียงใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลป่าป้อง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ โดยโครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 25 อำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร่วมกันบริหารจัดการขยะมูลฝอยอย่างยั่งยืน ลดปัญหาการฝังกลบขยะที่ไม่ถูกต้อง และแก้ไขปัญหาขยะล้นเมือง พร้อมทั้งเปลี่ยนขยะให้เป็นพลังงานไฟฟ้า เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน

ทั้งนี้ปัจจุบันโครงการบริหารจัดการขยะมูลฝอยเพื่อแปรสภาพเป็นเชื้อเพลิงขยะและผลิตกระแสไฟฟ้า ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ หรือโรงไฟฟ้าขยะชุมชนเชียงใหม่ ได้เริ่มเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการแล้ว สามารถรองรับขยะชุมชนได้ไม่น้อยกว่าวันละ 650 ตัน จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายในจังหวัดเชียงใหม่ มีกำลังการผลิตไฟฟ้า 9.5 เมกะวัตต์ และสามารถจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ 8.0 เมกะวัตต์

โดยกระบวนการดำเนินงานเป็นการใช้เทคโนโลยีเตาเผาแบบตะกรับที่ทันสมัย ควบคุมอุณหภูมิในห้องเผาไหม้สูงกว่า 850 องศาเซลเซียส เพื่อป้องกันการเกิดสารก่อมะเร็ง พร้อมมีระบบควบคุมกลิ่นแบบปิด ใช้สารดูดซับกลิ่น ระบบควบคุมเสียงภายในอาคารปิด ตลอดจนมีระบบตรวจสอบคุณภาพอากาศที่ปลายปล่อง และระบบบำบัดน้ำเสียจากขยะเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ภายในโครงการ โดยไม่มีการปล่อยน้ำเสียออกสู่ภายนอก เป็นการการบริหารจัดการขยะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และคณะได้เยี่ยมชมโรงไฟฟ้าขยะชุมชนเชียงใหม่ ดูขั้นตอนกระบวนการดำเนินการบริหารจัดการขยะ ตั้งแต่การคัดแยกขยะ การทิ้งขยะ การแปรสภาพขยะเป็นพลังงานเชื้อเพลิง ตลอดจนการบำบัดของเสียภายในโรงไฟฟ้า ซึ่งทุกกระบวนการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้กำชับให้การดำเนินทุกขั้นตอนต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ และพนักงานผู้ปฏิบัติงานเป็นสิ่งสำคัญที่สุดด้วย