อุดรธานี –ใครนั่งก็ผวา! หนุ่มรับเหมาชาวอุดรธานีซื้อรถมือสองจากเต็นท์รถในจังหวัดหนองบัวลำภู แต่แทบช็อก ขณะขับรถอยู่ดี ๆ ได้ยินเสียงปริศนากระซิบข้างหูว่า “รถคันนี้มันขนยามา” ก่อนรีบค้นข้อมูลจนพบว่า รถคันดังกล่าวเคยเป็นของกลางในคดีขนยาบ้าล็อตใหญ่กว่า 3.2 ล้านเม็ด ที่จังหวัดสระบุรีเมื่อปี 2568
วันนี้ (28 พ.ค. 69) นายภาณุมาศ จิตวศินกุล หรือ “เฮียเปี๊ยก” เจ้าของเพจ “เฮียเปี๊ยกช่วยด้วย” ได้รับการร้องเรียนจาก นายวีระพงษ์ หรือ “เอ็ม” อายุ 34 ปี ผู้รับเหมารับสร้างบ้านในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี หลังซื้อรถยนต์เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ สีแดง มือสองจากเต็นท์รถแห่งหนึ่งในจังหวัดหนองบัวลำภู และภายหลังมาตรวจสอบพบว่า รถคันดังกล่าวเคยถูกใช้ขนยาบ้ากว่า 3,200,000 เม็ด ในคดีใหญ่เมื่อปี 2568
นายเอ็ม เล่าว่า หลังซื้อรถมาได้ไม่นาน ตนได้นำรถไปโอนกรรมสิทธิ์ที่กรมการขนส่งทางบก ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนปกติ ไม่มีสิ่งผิดสังเกต กระทั่งต่อมานำรถไปเปลี่ยนฟิล์มกรองแสง เนื่องจากพบรอยกรีดบริเวณกระจกหน้า ระหว่างที่ช่างกำลังเปลี่ยนฟิล์ม ได้ถอดรูปสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นรูปพ่อปู่ศรีสุทโธและแม่ย่าศรีปทุมมาออกมาวางไว้บนคอนโซลรถ
หลังเปลี่ยนฟิล์มเสร็จ นายเอ็มขับรถออกจากร้าน พร้อมยกมือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อ เพื่อขอให้ทำมาค้าขึ้น แต่จู่ ๆ กลับได้ยินเสียงผู้ชายกระซิบข้างหูอย่างชัดเจนว่า “รถคันนี้มันขนยามา” ทำให้รู้สึกตกใจอย่างมาก ขณะนั้นอยู่บริเวณแยกบ้านจั่น จึงรีบจอดรถข้างทางและไลฟ์สด ก่อนนำชื่อรุ่นและทะเบียนรถไปค้นหาในอินเทอร์เน็ต
ผลการค้นหาทำให้ถึงกับขนลุก เพราะพบข่าวเก่าระบุว่า รถคันดังกล่าวเคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หน้าพระลาน จังหวัดสระบุรี ตรวจยึดพร้อมยาบ้าจำนวนมหาศาลกว่า 3.2 ล้านเม็ด หรือประมาณ 8 กระสอบ ภายหลังประสบอุบัติเหตุเสียหลักชนขอบทางบริเวณ “โค้งเลิศจิต” ถนนหน้าพระลาน-หนองจาน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี เมื่อคืนวันที่ 22 มิถุนายน 2568
นายเอ็มเล่าอีกว่า เมื่อตรวจสอบภาพข่าวเก่า ยิ่งทำให้รู้สึกขนลุก เพราะร่องรอยหลายอย่างภายในรถตรงกับภาพข่าวแทบทั้งหมด ทั้งรอยแตกในห้องโดยสาร ร่องรอยถุงลมนิรภัยที่เคยทำงาน รวมถึงคราบสีแดงคล้ายเลือดที่ยังติดอยู่ตามซอกรถ นอกจากนี้ เมื่อตรวจสอบประวัติการครอบครองรถ ยังพบว่า ก่อนโอนกรรมสิทธิ์มาถึงตน เคยมีชื่อบุคคล เป็นทหารอากาศรายหนึ่งถือครองรถคันดังกล่าวมาก่อน ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับเส้นทางการครอบครอง และกระบวนการนำรถออกมาจำหน่ายภายหลังพัวพันคดียาเสพติดรายใหญ่
หลังทราบเรื่อง นายเอ็มจึงติดต่อกลับไปยังเต็นท์รถ พร้อมส่งหลักฐานและข่าวให้ตรวจสอบ แต่ทางเต็นท์รถตอบเพียงว่า “ไม่ทราบประวัติมาก่อน” ก่อนจะส่งคลิปวิดีโอขณะเจ้าของเต็นท์กำลังร่วมงานสังสรรค์กับบุคคลมีชื่อเสียงในกรุงเทพมหานครมาให้ดู ซึ่งนายเอ็มยอมรับว่า ไม่เข้าใจเจตนาของการส่งคลิปดังกล่าว และยิ่งทำให้รู้สึกไม่สบายใจ เพราะมองว่ารถที่เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดรายใหญ่ ไม่น่าจะถูกนำออกมาจำหน่ายต่อได้รวดเร็วเช่นนี้
ล่าสุด นายเอ็มได้เข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมยืนยันว่า หากตรวจสอบแล้วพบว่าทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ก็พร้อมจะใช้รถต่อ แต่หากพบความผิดปกติ หรือมีการนำรถออกมาจำหน่ายโดยไม่ถูกต้อง ก็พร้อมดำเนินการตามกฎหมาย และขอคืนรถพร้อมเรียกเงินคืนเต็มจำนวน
ด้าน “เฮียเปี๊ยก” เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้แนะนำให้นายเอ็มรีบลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจว่าเพิ่งมาทราบประวัติของรถภายหลัง และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ รวมทั้งแนะนำให้เข้าร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) หากตรวจสอบพบว่ารถมีปัญหาหรือมีความไม่ชอบมาพากล เพื่อให้หน่วยงานเข้ามาคุ้มครองสิทธิ์ของผู้บริโภค
นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยตรวจสอบข้อมูลตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ เพื่อสร้างความชัดเจนใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ รถคันดังกล่าวเกี่ยวข้องกับคดีลักษณะใด คดีสิ้นสุดแล้วหรือไม่ และเหตุใดรถจึงสามารถนำออกมาจำหน่ายต่อได้ รวมถึงมีคำสั่งคืนของกลางหรือไม่ เพื่อคืนความสบายใจและความบริสุทธิ์ให้กับผู้ซื้อ ซึ่งซื้อรถมาโดยไม่ทราบประวัติในอดีตมาก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบข่าวย้อนหลัง พบว่า เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2568 เวลา 01.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ ผบก.ภ.จว.สระบุรี พร้อมชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หน้าพระลาน ได้ร่วมกันตรวจยึดยาบ้าจำนวนมหาศาลกว่า 3,200,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ สีแดง ทะเบียน 5กข 6837 กรุงเทพมหานคร
นอกจากนี้ ภายในรถยังตรวจพบอาวุธปืนพกสั้น 2 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน โทรศัพท์มือถือ เอกสารบัตรประชาชน และสิ่งของอื่นอีกหลายรายการ โดยก่อนตรวจยึด เจ้าหน้าที่สายตรวจได้รับแจ้งจากประชาชนว่าพบรถยนต์เสียหลักชนขอบทางบริเวณ “โค้งเลิศจิต” เมื่อเข้าตรวจสอบกลับไม่พบผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารอยู่ในรถ แต่เมื่อใช้ไฟฉายส่องเข้าไปภายใน กลับพบกระสอบต้องสงสัยจำนวนมากคล้ายซุกซ่อนสิ่งผิดกฎหมาย จึงประสานกำลังชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และอาสากู้ภัยเข้าปิดล้อมพื้นที่ ก่อนตรวจยึดยาบ้ากว่า 8 กระสอบ รวมประมาณ 3.2 ล้านเม็ด พร้อมนำรถและของกลางทั้งหมดเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย


