xs
xsm
sm
md
lg

กยท.เดินหน้ายกระดับสวนยางไทยสู่เศรษฐกิจสีเขียว หนุนขายคาร์บอนเครดิตเป็นรายได้เสริม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



อุดรธานี - การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เดินหน้าเปิดตัวโครงการ “คาร์บอนเครดิตในสวนยางเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” ภายใต้โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานประเทศไทย (T-VER) ครอบคลุมพื้นที่สวนยางพาราในภาคอีสานตอนบนกว่า 500,000 ไร่ หวังยกระดับสวนยางไทยสู่เศรษฐกิจสีเขียว สร้างรายได้เสริมจากการขายคาร์บอนเครดิตให้เกษตรกรกว่า 60,000 ครัวเรือน พร้อมหนุนเป้าหมายประเทศสู่ Carbon Neutrality ปี 2050 และ Net Zero ปี 2065


เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 น. ที่ห้องสยามมนต์ตรา 1 ตึก B โรงแรมสยามแกรนด์ จังหวัดอุดรธานี การยางแห่งประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด เครือเจริญโภคภัณฑ์ จัดพิธีเปิดโครงการ “Kick Off คาร์บอนเครดิตในสวนยางเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ และเกษตรกรชาวสวนยางเข้าร่วมจำนวนมาก

นายจิรวิทย์ มีชูภัณฑ์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาการผลิต การยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม หลายประเทศจึงเร่งดำเนินมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและพัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิตอย่างจริงจัง ขณะที่ประเทศไทยได้กำหนดเป้าหมายมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2050 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2065

ทั้งนี้ การจัดโครงการดังกล่าวถือเป็นความร่วมมือสำคัญระหว่าง กยท. กับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด ในการพัฒนาโครงการ T-VER ในพื้นที่สวนยางพารา 5 จังหวัดภาคอีสานตอนบน ได้แก่ จังหวัดเลย อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ และนครพนม รวมพื้นที่กว่า 500,000 ไร่ เพื่อเพิ่มศักยภาพการกักเก็บคาร์บอนในสวนยาง และผลักดันภาคเกษตรไทยเข้าสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างเป็นรูปธรรม


“โครงการนี้จะช่วยสร้างรายได้ใหม่ให้เกษตรกรชาวสวนยางกว่า 60,000 ครัวเรือน จากการขายคาร์บอนเครดิต ควบคู่กับรายได้จากผลผลิตยางพารา ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก และส่งเสริมการบริหารจัดการสวนยางอย่างยั่งยืน” นายจิรวิทย์กล่าว

ด้านนายดิษฐเดช วัฒนาพร รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาคเกษตรกรรมยางพารามีบทบาทสำคัญต่อการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ โดยข้อมูลปี 2567 ประเทศไทยมีพื้นที่สวนยางรวมกว่า 23.5 ล้านไร่ ซึ่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพื้นที่ปลูกกว่า 6.5 ล้านไร่ หรือคิดเป็น 27.06% ของประเทศ


นายดิษฐเดชกล่าวว่า โครงการดังกล่าวถือเป็นต้นแบบสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยดำเนินงานตามมาตรฐาน T-VER และนำระบบตรวจวัด รายงานผล และทวนสอบคาร์บอนเครดิตแบบดิจิทัล หรือ DMRV มาใช้ เพื่อสร้างความโปร่งใสและมาตรฐานในระดับสากล

“นอกจากช่วยลดก๊าซเรือนกระจกแล้ว ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้เสริมให้เกษตรกรชาวสวนยางกว่า 60,000 ครัวเรือน อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน” รองผู้ว่าการ กยท.กล่าว


พร้อมกันนี้ การยางแห่งประเทศไทยยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนองค์ความรู้ การบริหารจัดการพื้นที่ และการสร้างการมีส่วนร่วมของเกษตรกร เพื่อผลักดันโครงการคาร์บอนเครดิตในสวนยางให้เกิดประโยชน์ต่อภาคเกษตรกรรม สิ่งแวดล้อม และประเทศชาติในระยะยาวต่อไป