xs
xsm
sm
md
lg

นิคมฯอารยะ เปิดเวทีรับฟังความเห็น ปชช.ในโครงการขยายพื้นที่ประชิดรอยต่อเมืองแปดริ้ว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์





ฉะเชิงเทรา- นิคมอุตสาหกรรมอารยะ เปิดเวทีรับฟังความเห็นประชาชนผู้มีส่วนได้เสียในโครงการขยายพื้นที่ประชิดตะเข็บรอยต่อเมืองแปดริ้ว ชาวบ้านหวั่นผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเหตุตลอดแนวถนนเทพรัตน จรดถนนมอเตอร์เวย์ สาย 7 มีนิคมฯผุดเพียบ จี้ตั้งคณะกรรมการไตรภาคีต้องผู้ที่มีความรู้ความสามารถจากพื้นที่โดยรอบเข้าร่วม

วันนี้ ( 26 พ.ค.) บริษัท อารยะแลนด์ดีเวลลอปเม้นต์ จำกัด พร้อมด้วย บริษัทเทคนิคสิ่งแวดล้อมไทย จำกัด (ที่ปรึกษา) ได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนผู้มีส่วนได้เสียในโครงการส่วนขยายนิคมอุตสาหกรรมอารยะ ครั้งที่ 1 ที่บริเวณศาลาการเปรียญวัดเกาะแก้ว ต.บางพลีน้อย อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ โดยมีชาวบ้านในพื้นที่ 2 อำเภอ ประกอบด้วย อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ และ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา รวม 78 ชุมชน 14 ตำบล และ15 อปท.ในพื้นที่เข้าร่วมนับพันคน

โดยได้มีการนำเสนอข้อมูลด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขยายโครงการจากพื้นที่เดิมที่เคยได้รับ อนุมติจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 8 ก.ค.2568 เพื่อให้ดำเนินการจัดตั้งโครงการจำนวน 1,882.77 ไร่ แต่ได้มีการจะขอเพิ่มพื้นที่จัดตั้งโครงการอีกจำนวน 1,908.95 ไร่ ซึ่งจะทำให้โครงการดังกล่าวมีพื้นที่รวมทั้งหมด 3,791.72 ไร่

พร้อมแสดงกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ,กลุ่มอุตสาหกรรมที่กำลังจะขอเพิ่มประเภทเข้ามา ,อุตสาหกรรมต้องห้าม ,การดูแลทางด้านสิ่งแวดล้อมทั้งน้ำและอากาศ รวมทั้งข้อมูลด้านพลังงาน และเส้นทางการสัญจร


ขณะที่ชาวบ้านที่เข้าร่วมฟัง ต่างพากันตั้งข้อสงสัยว่าโครงการดังกล่าวได้ดำเนินการก่อสร้างก่อนที่จะได้รับอนุญาตจากการนิคมอุตสาหกรมมแห่งประเทศหรือไม่ เนื่องจากชาวบ้านได้รับผลกระทบเรื่องฝุ่นละอองจากการปรับสภาพพื้นที่และการตอกเสาเข็ม จนก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพของชาวบ้านในพื้นที่รอบข้าง 

อีกทั้งยังประสบปัญหาน้ำท่วมเมื่อมีฝนตกหนัก เนื่องจากพื้นที่ก่อตั้งนิคมอุตสาหกรรม ขวางทางน้ำและทุ่งรับน้ำเดิม ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรม จนทำให้มีปริมาณน้ำมากถึงกว่า 3 ลบ.ม. ไหลเข้าท่วมพื้นที่และบ้านเรือนของประชาชน

นายถนอม ยังเจริญ อายุ 62 ปี สมาชิกสภาเกษตร และประธานเครือข่ายองค์กรผู้ใช้น้ำ จ.สมุทรปราการ เผยว่าที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงผังเมืองโดยที่ชาวบ้านไม่ทราบมาก่อน อีกทั้งยังเพิ่งทราบว่าพื้นที่ทางการเกษตรได้ถูกเปลี่ยนเป็นพื้นที่สีม่วงไปแล้ว และเชื่อว่าพื้นที่เหล่านี้จะมีการปล่อยมลพิษออกสู่พื้นที่โดยรอบอย่างแน่นอน

อีกทั้งชาวบ้าน ยังมีความกังวลในเรื่องคุณภาพอากาศและการใช้น้ำ ที่จะส่งผลกระทบต่อภาคเกษตร พร้อมเรียกร้องให้การแต่งตั้งคณะกรรมการไตรภาคี จะต้องผู้ที่มีความรู้ความสามารถจากแต่ละตำบลและพื้นที่โดยรอบนิคมฯ เข้าร่วม เพื่อป้องกันการแย่งใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสาธารณะประโยชน์ต่างๆ


สำหรับโครงการนิคมอุตสาหกรรม อยู่ติดกับถนนสาย 34 เทพรัตน (บางนา-ตราด) กม.32 ก่อนถึงนิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ กม.35 มีพื้นที่รวมทั้งแปลงจำนวนกว่า 4.6 พันไร่ทอดเป็นแนวยาว จากถนนเทพรัตนมาจรดถนนมอเตอร์เวย์ สาย 7 (กรุงเทพฯ-พัทยา) จึงทำให้โดยรอบพื้นที่เต็มไปด้วยนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งในระยะประชิดกัน