อุดรธานี - แม่เลี้ยงเดี่ยวร้องสื่อขอความเป็นธรรม หลังลูกสาววัย 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 ถูกกลุ่มเพื่อนรุ่นพี่รุมทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ ใบหน้าบวม ศีรษะปูด เจ็บซี่โครง แถมยังถูกถ่ายคลิปเผยแพร่ลงโซเชียล ขณะที่หลังเกิดเหตุญาติผู้ก่อเหตุยังบุกมาข่มขู่ถึงบ้าน พร้อมท้าทายให้ไปแจ้งความ โดยอ้างไม่กลัวกฎหมาย เพราะมั่นใจในยศและตำแหน่งของครอบครัวตนเอง
วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนางสาวปุ้มปุ้ย อายุ 38 ปี ผู้ปกครองเด็กหญิง a (นามสมมติ) อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.อุดรธานี หลังถูกกลุ่มเพื่อนนักเรียนหญิงรุมทำร้ายร่างกาย พร้อมถ่ายคลิปวิดีโอไปเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ จนสร้างความสะเทือนใจแก่ครอบครัวเป็นอย่างมาก
นางสาวปุ้มปุ้ย แม่ของผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนเพิ่งทราบเรื่องจากปากลูกวานนี้ เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยต้นเหตุมาจากกลุ่มคู่กรณีต้องการขอลอก “โครงงานคณิตศาสตร์” จากหลานสาวของตนซึ่งอยู่ ม.2 แต่หลานสาวปฏิเสธ ทำให้กลุ่มดังกล่าวไม่พอใจ ก่อนจะติดต่อมาทางเฟซบุ๊กลูกสาวตนซึ่งเรียน ป.6 เพื่อให้ตามตัวพี่สาวของผู้เสียหายออกไปเคลียร์ปัญหา
แต่พี่สาวของผู้เสียหายมีอาการป่วยโรคลมชัก ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี อีกทั้งภายในบ้านยังมีคุณตาที่เพิ่งผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะที่ 3 ได้เพียง 7 วัน ลูกสาวตนจึงออกไปพูดคุยแทนด้วยความบริสุทธิ์ใจ โดยบอกกับกลุ่มคู่กรณีว่าพี่สาวไม่สบาย หากมีปัญหาให้คุยกับตนแทนได้
จากนั้นกลุ่มคู่กรณีจำนวน 4 คน ได้ขับรถมารับพาลูกสาวออกจากบ้านไปยังบริเวณทางออกหมู่บ้าน เส้นทางไปบ้านท่าศิลา ก่อนจะลงมือรุมทำร้ายร่างกายอย่างหนัก โดยในคลิปวิดีโอปรากฏภาพเด็กหญิง 2 คน เป็นแกนนำในการก่อเหตุ ขณะที่เพื่อนอีกกลุ่มเป็นคนถ่ายคลิปและนำไปเผยแพร่ส่งต่อ
แม่ของผู้เสียหายเล่าว่า ก่อนปล่อยตัวกลับบ้านกลุ่มผู้ก่อเหตุยังข่มขู่ลูกสาวว่าห้ามนำเรื่องไปบอกผู้ปกครองหรือครู ไม่เช่นนั้นจะถูกทำร้ายหนักกว่าเดิม กระทั่งญาติไปพบคลิปในโซเชียล จึงรีบแจ้งให้ครอบครัวทราบ ซ้ำร้ายหลังเกิดเหตุญาติกลุ่มผู้ก่อเหตุยังเดินทางมาที่บ้านพัก พร้อมพูดจาข่มขู่และท้าทายญาติของผู้เสียหายว่า “ไปแจ้งความเลย เอาให้ติดคุกเลย” โดยมีท่าทีไม่เกรงกลัวกฎหมาย และอ้างความมั่นใจในยศและตำแหน่งของครอบครัวตนเอง
ล่าสุดลูกสาวตนมีอาการใบหน้าบวม ศีรษะบวม ปวดหัว และเจ็บบริเวณซี่โครง จนไม่สามารถไปโรงเรียนได้ ขณะที่นางสาวปุ้มปุ้ยยอมรับว่ามีความกังวลเรื่องความปลอดภัยของลูกสาว รวมถึงคุณตาและคุณยายเป็นอย่างมาก แต่เนื่องจากตนทำงานอยู่ที่ จ.ภูเก็ต และอยู่ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ไม่สามารถเดินทางกลับมาดูแลครอบครัวได้ จึงร้องเรียนต่อนักข่าวก่อนประสานให้คุณตาและคุณยายพาหลานเข้าแจ้งความดำเนินคดีแทน
ต่อมาในบ่ายวันนี้ (26 พ.ค. 69) นายประจักษ์ (สงวนสกุล) อายุ 74 ปี คุณตา ได้พาน้อง a อายุ 12 ปี เดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนที่ สถานีตำรวจภูธรไชย พร้อมนำหลักฐานคลิปวิดีโอมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อใช้เร่งรัดติดตามตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ด้าน พ.ต.อ.รัฐพลชัย เพ็ญสงคราม ผู้กำกับการ สภ.ไชยวาน บอกผู้เสียหายว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบปากคำผู้เสียหายอย่างละเอียด โดยจากการตรวจสอบคลิปเหตุการณ์ในเบื้องต้นพบว่าลักษณะคล้ายเป็นการสมัครใจทะเลาะวิวาทกัน อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ตำรวจจะเร่งนำตัวผู้เสียหายส่งตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล เพื่อนำผลตรวจจากแพทย์มาประกอบสำนวนคดี
นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนจะลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุเพิ่มเติมเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด โดยเบื้องต้นมองว่าคดีดังกล่าวยังเป็นเรื่องที่สามารถพูดคุยตกลงกันได้ แต่หากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้ ตำรวจก็จะดำเนินการส่งเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อให้ศาลเป็นผู้พิจารณาต่อไป
นายประจักษ์เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนไม่ทราบเลยว่าหลานสาวไปมีปัญหากับใคร กระทั่งหลังเกิดเหตุเมื่อวานที่ผ่านมา ได้พาหลานคนโตไปพบแพทย์ตามหมอนัด และได้ยินหลานคุยโทรศัพท์เกี่ยวกับปัญหา จึงสอบถามจนทราบเรื่องทั้งหมด ต่อมาช่วงค่ำ หลานสาวคนเล็กบ่นว่าเจ็บท้อง ตนจึงถามว่าเกิดอะไรขึ้น หลานจึงยอมเล่าว่าถูกทำร้ายร่างกายตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้ตนตกใจและถามว่าทำไมไม่รีบบอก หลานตอบเพียงว่า “กลัวตาคิดมาก”
นายประจักษ์กล่าวว่า สิ่งที่ต้องการคือให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีต่อผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุดตามกฎหมาย หากเป็นไปได้ก็อยากให้ติดคุก แม้ฝ่ายคู่กรณีจะมาขอโทษก็จะไม่ยอมความเด็ดขาด โดยหลังเกิดเหตุตนยังไม่ได้เข้าแจ้งความ กระทั่งวันนี้จึงเดินทางมาแจ้งความต่อตำรวจ นอกจากนี้หลังเกิดเหตุญาติของคู่กรณียังเดินทางมาที่บ้าน พร้อมบอกว่าเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นกัน
ส่วนพฤติกรรมของหลานสาวนั้น นายประจักษ์บอกว่า ปกติหากมีปัญหาอะไรในครอบครัว หลานมักไม่อยากให้ใครรับรู้ ไม่ค่อยพูดให้คนอื่นฟัง ส่วนเรื่องดื้อหรือไม่นั้น ในสายตาของตน หลานเป็นเด็กเชื่อฟัง แต่เรื่องนอกสายตาก็ไม่อาจทราบได้
ด้านเด็กหญิงเอ เล่าว่า สาเหตุของเรื่องทั้งหมดเกิดจากพี่สาว (ลูกพี่ลูกน้อง) มีปัญหากับเพื่อนเรื่องไม่ให้ลอกโครงงาน วันเกิดเหตุพี่สาวไม่สบาย ตนจึงอาสาออกหน้าแทน และขอไปพูดคุยเคลียร์ปัญหากับกลุ่มรุ่นพี่แทนพี่สาว โดยรุ่นพี่ได้มารับที่บ้านเนื่องจากตนไม่มีรถ อีกทั้งตอนนั้นก็ค่ำแล้ว จึงไม่กล้าบอกคุณตา เพราะกลัวเรื่องจะบานปลาย จากนั้นได้ไปพูดคุยกับกลุ่มรุ่นพี่เกี่ยวกับปัญหาที่พี่สาวมีเรื่องกับอีกฝ่าย เมื่อฝ่ายนั้นเล่าจบก็มีคนพูดขึ้นว่า “เอาเลยไหม” ก่อนที่รุ่นพี่จะลงมือตบตีตนทันที
เด็กหญิงเอระบุว่า คนที่ทำร้ายในคลิปจำชื่อได้คือ “เมย์” และ “พลอย” ส่วนคนถ่ายคลิปชื่อ “หมู” ขณะที่กลุ่มที่มารับวันเกิดเหตุมีทั้งหมด 4 คน และทั้งหมดเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกันกับพี่สาวและตน เบื้องต้นได้รับบาดเจ็บบริเวณต้นขา หลังหู และแก้มมีรอยเล็บจากการถูกทำร้ายร่างกาย


