ตราด - กรมทางหลวงชนบท เปิดเวทีรับฟังความเห็นชาวตราด ในโครงการก่อสร้างถนนเฉลิมพระเกียรติ บูรพาชลทิศ เฟส 3 ช่วงจันทบุรีไปตราด เชื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ส่วนชาวบ้านหวั่นกระทบการเลี้ยงหอยนางรม
วันนี้ ( 25 พ.ค.) นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในโครงการศึกษาความเหมาะสมและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ถนนเฉลิมบูรพาชลทิศ ช่วงจันทบุรี ครั้งที่ 2 (ปฐมนิเทศโครงการ) ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมตราดซิตี้ อ.เมืองตราด โดยมีหน่วยงานราชการ ผู้นำท้องที่ในตำบลบางปิด อ.แหลมงอบ ตำบลท่าโสม และภาคเอกชนกว่า 200 คนเข้าร่วม
โดย กรมทางหลวงชนบท ได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาประกอบด้วย บริษัท วิศวกร 31 จำกัด ,บริษัท เชนี่ เอนจิเนียริ่ง คอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัท สิ่งแวดล้อมสยาม จำกัด ให้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมทั้งทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจและการลงทุน สังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อนำมาคัดเลือกแนวสายทาง และหรือรูปแบบโครงการเบื้องต้นที่เหมาะสม เพื่อดำเนินการก่อสร้างถนนเฉลิมพระเกียรติ บูรพาชลทิศ เฟส 3 ช่วงจันทบุรีมาตราด เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและท่องเที่ยวรวมทั้งแบ่งเบาการจราจรสายสุขุมวิทที่หนาแน่น
นายกชมน สมชัย วิศวกรชำนาญการ สำนักงานทางหลวงชนบท จ.ตราด เผยว่าถนนเฉลิมบูรพาชลทิศ เป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตชุมชนริมทะเล เนื่องจากเส้นทางที่ตัดผ่านชายหาด ป่าเขา และหมู่บ้านชาวประมง จึงทำให้ตลอดเส้นทางมีทั้งความงดงามทางธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย จนได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในถนนเลียบทะเลที่สวยที่สุดในประเทศ
โดยเริ่มต้นจากจังหวัดชลบุรี ผ่านจังหวัดระยอง และบรรจบที่จังหวัดจันทบุรี ดังนั้น เพื่อให้การพัฒนาถนนเฉลิมบูรพาชลทิตให้มีความต่อเนื่อง สมบูรณ์ และครอบคลุมไปจนถึงจังหวัดตราด กรมทางหลวงชนบท จึงมีแผนที่จะพัฒนาโครงข่ายทางหลวงชนบทโดยการขยายถนนเฉลิมบูรพาชลทิต ระยะที่ 3 (ช่วงจังหวัดจันทบุรี - ตราด) ซึ่งหากโครงการแล้วเสร็จ จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง พัฒนาและต่อเติม โครงข่ายทางหลวงชนบทให้สมบูรณ์ด้วยการเป็นทางลัดทางเลี่ยง และทางเชื่อม ระหว่างอำเภอและจังหวัด
ทั้งยังบรรเทาและลดปริมาณรถในทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) ช่วยให้การเดินทางของประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ใช้รถใช้ถนนเกิดความสะดวกและปลอดภัยในการสัญจร ลดระยะเวลา และระยะทางในการเดินทาง สนับสนุนให้เกิดการขยายตัวด้านการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุนในพื้นที่ อันจะนำไปสู่การสร้างงานและสร้างรายได้ให้กับประชาชนอย่างยั่งยืน
ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าวว่าการพัฒนาโครงการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง และช่วยบรรเทาปริมาณการจราจรในทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) เกิดความสะดวกและปลอดภัยในการสัญจร อีกทั้ง ยังสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่ในขั้นตอนที่กำลังดำเนินการอยู่เป็นการศึกษาความเหมาะสมรวมถึงศึกษาและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ก่อนที่จะทำการก่อสร้างในลำดับต่อไป
ดังนั้นการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ จึงจะต้องได้ทราบถึงเหตุผลและความจำเป็นของโครงการ รวมถึงแผนการศึกษาจากประชาชนที่มีส่วนร่วมในการให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ หลังจากมีการนำเสนอผลการศึกษาจาก วิศวกรที่ปรึกษาโครงการ ร่วมกับวิศวกรจาก 3 บริษัท
“ การก่อสร้างถนนบูรพาชนทิตในเฟสแรกในพื้นที่จันทบุรีเชื่อมไปยังระยอง ได้ผลในเรื่องสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวสูงมาก และยังทำให้เกิดสถานประกอบการต่างๆริมทางจำนวนมาก พร้อมเกิดแลนด์มาร์กใหม่ๆ ตั้งแต่สะพานตากสิน สะพานข้ามปากน้ำแคมหนู หรือเนินนางพญา ที่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดจันทบุรี ขณะเดียวกันการเชื่อมไปยัง จ.ชลบุรีด้วย แต่ยังไม่ครบทั้งหมด ซึ่งการทำเฟส 3 มายังจังหวัดตราดน่าจะส่งผลดีต่อการเติบโตต่อการท่องเที่ยวในพื้นที่ด้วยเช่นกัน” ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด กล่าว
ขณะที่ตัวแทนชาวบ้านใน ต. บางปิดและ ต.ท่าโสม ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากโครงการที่จะทำให้อาชีพของชาวบ้าน คือการเลี้ยงหอยนางรมที่เป็นรายได้หลักของ ต.ท่าโสมอาจได้ผลกระทบจากการตัดถนนผ่านป่าชายเลน และการสร้างสะพานข้ามปากนำเวฬุ อีกทั้งจุดที่สะพานจะลงใน ต.ท่าโสม ซึ่งติดกับ ต.บางปิด ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อรายได้ของชาวบ้านที่ขายหอยนางรม เนื่องจากนักท่องเที่ยวอาจไม่แวะซื้อสินค้า
ส่วนนายสุทธิลักษณ์ คุ้มครองลักษณ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจ.ตราดที่ผลักดันในเรื่องนี้ ระบุว่า การออกแบบถนนสายนี้ไม่ควรจะมีเส้นทางเชื่อมมาก เนื่องอาาจะมีปัญหาด้านความปลอดภัย เพราะอาจจะต้องทำไฟแดง ซึ่งทำให้เป็นอุปสรรคในการเดินทางเหมือนถนนสุขุมวิท และการก่อสร้างสะพานควรจะระวังในเรื่องสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น
เช่นเดียวกับ นายสมเกียรติ สมรรถการ นายกสมาคมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.ตราด ที่ระบุว่าการออกแบบโครงสร้างควรอยู่ในกรอบและอำนาจหน้าที่ของกรมทางหลวงชนบท และจะต้องเตรียมแนวทางแก้ปัญหาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมด้วย แต่ก็ยังเชื่อว่าหากโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจะทำให้ชาวบ้านสามารถขายหอยนางรม ได้มากขึ้น
สอดคล้องกับแนวคิดของ นายพิชานนท์ อิงประสาร ส.ส.ตราด พรรคภูมิใจไทย ที่บอกว่า ตนเองเคยอยู่ในพื้นที่ ต.พริ้ว จ.จันทบุรีและเป็นพื้นที่ถนนบูรพาชลทิตตัดผ่าน ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นทำให้เกิดความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมากและยังมีนักท่องเที่ยวใช้เส้นทางดังกล่าวในแต่ละปีเป็นจำนวนมากเช่นกัน
แต่อย่างไรก็ต การพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ย่อมส่งกระทบกับวิถีชีวิตและการประกอบอาชีพบ้าง แต่ก็เชื่อว่าประชาชนจะยอมเสียสละ เพื่อผลที่จะเกิดขึ้นขึ้นมากกว่า ซึ่งตนเองจะนำความคิดเห็นจากทุกฝ่ายไปผลักดันให้เกิดกับประโยชน์กับ จ. ตราดมากที่สุด


