xs
xsm
sm
md
lg

(คลิป)การเตรียมงาน “พืชสวนโลก 69” คืบหน้ากว่า 77-80% ชูแนวคิด “Beyond Horticulture” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



อุดรธานี - คณะผู้บริหาร ก.เกษตรฯ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าเมกะโปรเจกต์ “มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569” “สุริยะ” ปลื้มภาพรวมงานคืบหน้ากว่า 77% ย้ำพร้อมเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวทั่วโลกตั้งแต่ 1 พ.ย. 69 นี้ ชูไฮไลต์จัดบนพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งแรกของโลก มอบเป็นของขวัญชิ้นสำคัญครบรอบ 134 ปีเมืองอุดร พร้อมต่อยอดหลังจบงานสู่แลนด์มาร์กและสวนสาธารณะระดับโลกเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างยั่งยืน


                             

เมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ (25 พ.ค.) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายวัชรพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ลงพื้นที่ตรวจราชการและติดตามความก้าวหน้าการเตรียมความพร้อมการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 โดยมีการประชุมร่วม ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ต.กุดสระ อ.เมืองอุดรธานี โดยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการการเมือง และนักการเมืองในพื้นที่ให้การต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า งานมหกรรมพืชสวนโลกครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทยและพี่น้องชาวอีสาน โดยความพิเศษคือเป็นครั้งแรกของโลกที่มีการจัดงานบนพื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetland) อย่างเต็มรูปแบบ บนพื้นที่กว่า 1,030 ไร่ ภายใต้แนวคิด “ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต เชื่อมโยงผู้คน สายน้ำ และพืชพันธุ์ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน” ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาเกษตรยุคใหม่ที่สร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

สำหรับความคืบหน้าล่าสุด ได้รับรายงานว่าการก่อสร้างภาพรวมดำเนินการแล้วเสร็จกว่า 77% โดยโครงสร้างสำคัญ เช่น อาคารต้อนรับ อาคารประชาสัมพันธ์ อาคารเรือนกระจก สะพานทางเข้าหลัก รวมถึงระบบสาธารณูปโภคและระบบระบายน้ำ ใกล้แล้วเสร็จทั้งหมด พร้อมยืนยันว่า งานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานีจะเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 อย่างแน่นอน พร้อมเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนรักษามาตรฐานการทำงานในระดับสากล โปร่งใส และมีประสิทธิภาพสูงสุด


นายสุริยะกล่าวต่อว่า งานนี้จะไม่เป็นเพียงการแสดงศักยภาพด้านพืชสวนเท่านั้น แต่ยังเป็นการขับเคลื่อนแนวคิด “Beyond Horticulture” หรือ “มากกว่าพืชสวน” ที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจสีเขียว การท่องเที่ยว และวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน อีกทั้งยังเป็นของขวัญชิ้นสำคัญในโอกาสครบรอบ 134 ปี จังหวัดอุดรธานี ที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานในระยะยาว

“หลังเสร็จสิ้นการจัดงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้จังหวัดอุดรธานีและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับช่วงต่อเพื่อพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ให้กลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ โดยจะปรับปรุงเป็นสวนสาธารณะระดับโลก ศูนย์กีฬาทางน้ำ และศูนย์เรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืนในอนาคต” นายสุริยกล่าว

ในช่วงท้าย นายสุริยะได้เชิญชวนพี่น้องชาวจังหวัดอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียงร่วมกันเป็นเจ้าภาพที่ดีในการเปิดบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพื่อร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่และสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยบนเวทีโลก


ขณะที่ นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า ในนามของชาวจังหวัดอุดรธานีและทุกภาคส่วนรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่คณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญและลงพื้นที่ติดตามงานอย่างใกล้ชิด ซึ่งถือเป็นขวัญและกำลังใจสำคัญแก่คณะทำงานในพื้นที่

ทั้งนี้ จังหวัดอุดรธานีได้บูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนในการเตรียมความพร้อมรองรับเมือง (City Readiness) ในหลายมิติ ทั้งระบบคมนาคมขนส่ง ความปลอดภัย การท่องเที่ยว ที่พัก อาหาร การประชาสัมพันธ์ รวมถึงการยกระดับเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถต้อนรับนักท่องเที่ยวและผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด


ด้าน นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ระบุว่า ปัจจุบันงานภูมิสถาปัตยกรรมและการเตรียมความพร้อมในส่วนที่กรมรับผิดชอบมีความคืบหน้าแล้วกว่า 80% โดยโครงการนี้ได้รับความสนใจและติดตามอย่างใกล้ชิดจากรัฐบาล รวมถึงคณะจากสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) ที่จะเดินทางมาประเมินความพร้อม ซึ่งต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจขับเคลื่อนโครงการให้เดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเตรียมเปิดประตูต้อนรับชาวโลกอย่างยิ่งใหญ่ตามกำหนดการ