ศูนย์ข่าวขอนแก่น - คนขอนแก่นแห่ลงทะเบียนรับสิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส” คึกคักตั้งแต่เช้า ขณะที่สาขาธนาคารกรุงไทยคนแน่นขนัดติดต่อแก้ปัญหาลงทะเบียนไม่ได้ ด้านชาวบ้านวอนรัฐควรให้สิทธิครบทุกคน เหตุเงินกู้ 4 แสนล้านคนไทยทุกคนมีส่วนร่วมใช้หนี้หมด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศวันแรกการเปิดให้ลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทย 60/40 ตั้งแต่เช้าวันนี้ (25 พ.ค.) พบว่าประชาชนจำนวนมากต่างสมัครผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ตั้งแต่เช้า โดยมีประชาชนจำนวนมาก ที่สามารถสมัครได้ทันที หลายคนรอการยืนยันสิทธิภายใน 3 วัน และบางรายยังไม่สามารถสมัครได้
ขณะเดียวกัน ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น พบว่าบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักตลอดช่วงเช้า โดยธนาคารได้เปิดจุดบริการพิเศษสำหรับลงทะเบียน ตรวจสอบข้อมูล และให้คำแนะนำแก่ประชาชนที่พบปัญหาในการลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัส บริเวณด้านข้างของธนาคาร เพื่อรองรับประชาชนที่ทยอยเดินทางมาติดต่ออย่างต่อเนื่อง
ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมามีประชาชนเดินทางมาติดต่อเกี่ยวกับโครงการไทยช่วยไทยพลัสแล้วกว่า 200 คน โดยปัญหาส่วนใหญ่ที่พบ ได้แก่ การเปลี่ยนซิมหมายเลขโทรศัพท์ การเปลี่ยนบัตรประชาชน ซิมโทรศัพท์ไม่ได้ลงทะเบียน ไม่เคยได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่งมาก่อน การยืนยันตัวตนไม่สำเร็จ ลืมรหัสผ่าน และปัญหาการสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตน
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ธนาคารได้จัดกำลังประจำจุดบริการเพื่อให้คำแนะนำและช่วยดำเนินการตรวจสอบข้อมูลให้กับประชาชน โดยเฉพาะกรณีผู้ที่เข้าแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” แล้วระบบแสดงข้อความว่า “รอตรวจสอบ 3 วัน” ทางธนาคารได้ชี้แจงว่ากรณีดังกล่าวถือว่าลงทะเบียนสำเร็จแล้ว แต่ยังต้องรอการตรวจสอบข้อมูล จึงไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะไม่ได้รับสิทธิ
นางสาวนิภารัตน์ มาตรประสงค์ อายุ 26 ปี ชาว อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ตนเดินทางมาจากอำเภอน้ำพอง เนื่องจากจุดให้บริการมีประชาชนจำนวนมาก ก่อนหน้านี้ได้เดินทางไปที่อำเภอกระนวนแล้วพบว่ามีคนจำนวนมากเช่นกัน จึงตัดสินใจพาแม่เข้ามาใช้บริการที่ธนาคารในเขตตัวเมืองขอนแก่น การลงทะเบียนในส่วนตัวมองว่ามีความยุ่งยากมาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุ หากไม่มีลูกหลานพามาดำเนินการก็จะยิ่งลำบากมากขึ้น
ตนพาแม่มาสแกนใบหน้าที่ธนาคาร แต่ระดับตู้สแกนอยู่ค่อนข้างสูง ทำให้แม่ไม่สามารถสแกนใบหน้าได้ อย่างไรก็ตาม ธนาคารได้เปิดจุดบริการเพิ่มเติมบริเวณด้านข้าง จึงพาแม่ไปรอคิวเพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยดำเนินการลงทะเบียนให้ผ่าน ซึ่งถือว่าเป็นการให้บริการที่ค่อนข้างดีในระดับหนึ่ง ถ้ามีร่มหรือจุดบังแดดให้ประชาชนที่มารอคิวจะดีมาก เพราะปัญหาโดยรวมในวันแรกคือมีประชาชนเดินทางมามาก
ส่วนนางสุจิตรา บุญศรี อายุ 49 ปี ชาวอำเภอพระยืน จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า อุปสรรคที่พบคือ ตนลืมรหัสผ่าน ทำให้ต้องเดินทางเข้ามาติดต่อที่ธนาคารกรุงไทยเท่านั้น อีกทั้งต้องเดินทางไกลกว่า 30 กิโลเมตร จากอำเภอพระยืนเข้ามาในตัวเมืองขอนแก่น เนื่องจากพื้นที่อำเภอพระยืนไม่มีธนาคารกรุงไทยให้บริการ จึงต้องเสียเวลาเดินทางเข้ามาดำเนินการด้วยตนเอง ถ้ามาลงทะเบียนครั้งนี้แล้วยังไม่ได้อีกจะเสียใจมาก
อยากฝากถึงรัฐบาลว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัส น่าจะให้สิทธิแก่ประชาชนทุกคน ไม่ต้องให้ลงทะเบียนกันแบบนี้เพราะเสียเวลา คนที่ได้ก็ดีใจ แต่คนที่ไม่ได้ก็เสียใจ ทั้งที่คนที่ต้องใช้หนี้สินจากรัฐบาลกู้เงินมาก็คือคนไทยทุกคน แล้วทำไมเวลาแจกจึงไม่แจกให้ทุกคน เงินจำนวน 4,000 บาท สามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้บ้าง
นายสนธยา แสงชัยภูมิ พนักงานขับรถแบ็กโฮบริษัทรับเหมาสร้างถนน 4 ช่องจราจรเส้นทางแยกโคกกลางเข้าที่ว่าการอำเภอน้ำพอง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ตนเคยใช้ระบบคนละครึ่งของรัฐที่เคยทำมาทุกสมัย และใช้ครบวงเงินทุกครั้ง
แต่ครั้งนี้โครงการไทยช่วยไทยพลัส รัฐออกให้ 60 ประชาชน 40 บาท ตั้งแต่เช้ามาได้อัปเดตแอปเป๋าตัง เวอร์ชันล่าสุดแล้ว แต่ตนไม่สามารถผูกบัญชีกับธนาคารกรุงไทยได้ เนื่องจากจำหมายเลขเชื่อมต่อไม่ได้ เพราะไม่ได้ใช้งานมานาน แต่จะพยายามเข้าเรื่อยๆ เพราะคาดว่ามีคนใช้งานเยอะ


