สมุทรสงคราม - สมาชิกวุฒิสภาสมุทรสงคราม เผยวุฒิสภาเตรียมพิจารณาร่างกฎหมายท้องถิ่น 4 ฉบับ จับตาประเด็นลดอายุผู้สมัครนายก อปท. เหลือ 25 ปี เปิดทางคนรุ่นใหม่เข้าสู่การเมืองฐานราก แต่แสดงความกังวลหากไม่มีการกำหนดคุณวุฒิการศึกษา อาจกระทบมาตรฐานบริหารท้องถิ่นในอนาคต
น.ส.ตวงคุณ ทรงธรรมวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดสมุทรสงคราม เปิดเผยว่า การประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 17 ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 มีวาระสำคัญเร่งด่วนในการพิจารณาร่างกฎหมายเกี่ยวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จำนวน 4 ฉบับ ซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากสังคมอย่างมาก
ร่างกฎหมายดังกล่าว ประกอบด้วย ร่างพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด ร่างพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล ร่างพระราชบัญญัติเทศบาล และร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ซึ่งทั้งหมดผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร แล้ว และอยู่ระหว่างเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา
น.ส.ตวงคุณ กล่าวว่า ร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ ถือเป็นการปรับโครงสร้างการเมืองท้องถิ่นครั้งสำคัญ โดยมีเป้าหมายเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยีและการบริหารยุคดิจิทัล เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาท้องถิ่นมากขึ้น เพื่อยกระดับการให้บริการสาธารณะให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตอบโจทย์ประชาชน
ประเด็นที่ถูกจับตามากที่สุด คือข้อเสนอแก้ไขคุณสมบัติผู้สมัครผู้บริหารท้องถิ่น โดยกำหนดวาระดำรงตำแหน่งนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคราวละ 4 ปี และไม่มีการจำกัดจำนวนวาระ พร้อมทั้งปรับลดอายุขั้นต่ำของผู้สมัครจากเดิม 35 ปี เหลือเพียง 25 ปี
“นี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเมืองท้องถิ่นไทย เพราะจะเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารบ้านเมืองระดับฐานรากมากขึ้น แต่ก็ต้องพิจารณาอย่างรอบด้านว่า ผู้ที่มีอายุเพียง 25 ปี จะมีความพร้อมมากพอในการบริหารงบประมาณ การจัดการบุคลากร และการแก้ปัญหาของประชาชนหรือไม่” น.ส.ตวงคุณ กล่าว
นอกจากนี้ สว.สมุทรสงคราม ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการที่ร่างกฎหมายยังไม่มีการกำหนดคุณสมบัติด้านวุฒิการศึกษาไว้อย่างชัดเจน โดยมองว่า หากมีการลดทั้งเกณฑ์อายุและไม่มีข้อกำหนดด้านการศึกษา อาจส่งผลกระทบต่อมาตรฐานการบริหารงานท้องถิ่นในระยะยาว โดยเฉพาะในยุคที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องเผชิญปัญหาซับซ้อน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และสังคมผู้สูงอายุ
อย่างไรก็ตาม น.ส.ตวงคุณ คาดว่า ที่ประชุมวุฒิสภาน่าจะมีมติรับหลักการร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับในวาระแรก เพื่อเปิดทางเข้าสู่การพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งสมาชิกวุฒิสภาจะได้อภิปรายและเสนอแก้ไขรายละเอียดเพิ่มเติม โดยเฉพาะประเด็นอายุขั้นต่ำ คุณสมบัติ และวุฒิการศึกษา ที่สังคมกำลังให้ความสนใจอย่างมาก
ทั้งนี้ นักวิชาการด้านการปกครองท้องถิ่นมองว่า หากร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านความเห็นชอบ อาจทำให้การเมืองท้องถิ่นไทยเข้าสู่ยุคใหม่ ที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำได้เร็วขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็อาจนำไปสู่ข้อถกเถียงเรื่อง “ประสบการณ์” กับ “ความทันสมัย” ว่า ปัจจัยใดมีความสำคัญต่อการบริหารท้องถิ่นยุคใหม่มากกว่ากัน ท่ามกลางความคาดหวังของประชาชนที่ต้องการเห็นการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง


