เชียงใหม่ - รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมนำทีมลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการก่อสร้างท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินและการนำสายเคเบิลสื่อสารลงดิน ในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ ภายใต้แนวคิด “Single Last Mile” มุ่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างยั่งยืน ตอบโจทย์การพัฒนาระยะยาวสู่ "เมืองอัจฉริยะ"
วันนี้ (24 พ.ค. 69) นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการก่อสร้างท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินและการนำสายเคเบิลสื่อสารลงดิน ภายใต้แนวคิด “Single Last Mile” ซึ่งเป็นการจัดระเบียบสายสื่อสารและโครงข่ายโทรคมนาคม เพื่อยกระดับภูมิทัศน์เมือง เพิ่มความปลอดภัย และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลรองรับเมืองอัจฉริยะ (Smart City) โดยมี นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่
โครงการดังกล่าวนี้เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) และบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT มีเป้าหมายลดปัญหาสายสื่อสารรกรุงรังบนเสาไฟฟ้า พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมให้มีประสิทธิภาพและเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น ซึ่งจากข้อมูลการดำเนินงานพบว่า จังหวัดเชียงใหม่มีจำนวนครัวเรือนในพื้นที่ประมาณ 5,400 ครัวเรือน และมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตกว่า 4,960 ครัวเรือน ขณะที่โครงการ Single Last Mile สามารถเชื่อมต่อโครงข่ายได้แล้ว 1,699 จุด หรือคิดเป็นร้อยละ 16 ของพื้นที่เป้าหมาย โดยมีผู้ให้บริการเครือข่ายเข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วย AWN และ 3BB จำนวน 791 พอร์ต NT จำนวน 504 พอร์ต TRUE จำนวน 362 พอร์ต WeTV จำนวน 33 พอร์ต และ Cable Connect จำนวน 9 พอร์ต
สำหรับพื้นที่ดำเนินโครงการในเขตเมืองเชียงใหม่ ครอบคลุมระยะทางรวมกว่า 60,550 เมตร แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 8 LOT ใช้งบประมาณรวมกว่า 134 ล้านบาท โดยปัจจุบันมีการก่อสร้างโครงข่ายสายสื่อสารแบบ Single Last Mile แล้วเสร็จจำนวน 349 จุด และติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณ DOP จำนวน 663 จุด ทั้งนี้ แนวทางการดำเนินงานแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่ การสร้างท่อร้อยสายใต้ดิน การสร้างระบบ Single Last Mile การย้ายสายสื่อสารเข้าสู่ระบบใหม่ (Migration) และการรื้อถอนสายสื่อสารเดิมที่ไม่ใช้งาน (Dismantling) นอกจากนี้ โครงการยังมุ่งเน้นการใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน (Open Access Network) เพื่อให้ผู้ให้บริการทุกรายสามารถเช่าใช้โครงข่ายร่วมกันได้ ลดการลงทุนซ้ำซ้อน และลดจำนวนสายสื่อสารบนเสาไฟฟ้า โดยมีเป้าหมายผลักดันให้เชียงใหม่เป็นต้นแบบเมืองท่องเที่ยวอัจฉริยะที่มีภูมิทัศน์สวยงาม เป็นระเบียบ และรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต
ทั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกล่าวว่า ความสำเร็จของโครงการจะเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือใน 4 มิติสำคัญ ได้แก่ การจัดระเบียบทางกายภาพ การบริหารพื้นที่ การกำกับดูแลด้านกฎระเบียบ และการสร้างแรงจูงใจทางเศรษฐกิจแก่ผู้ประกอบการ เพื่อให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน และตอบโจทย์การพัฒนาเมืองในระยะยาว


