xs
xsm
sm
md
lg

ชาวโคราชแห่แก้ปัญหาแอปฯ“เป๋าตัง”แน่น เตรียมลงทะเบียน“ไทยช่วยไทย พลัส” รับสิทธิ 4,000 บาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - ชาวโคราชแห่ต่อคิวแก้ปัญหาแอปฯ “เป๋าตัง” เนืองแน่นเตรียมลงทะเบียน “ไทยช่วยไทย พลัส” รับสิทธิช่วยค่าครองชีพ 4,000 บาท

วันนี้( 24 พ.ค.69) บรรยากาศบริเวณจุดให้บริการของธนาคารกรุงไทย ภายใน ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ โคราช อำเภอเมือง จ.นครราชสีมา เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมาจำนวนมากเดินทางมาต่อคิวใช้บริการยืนยันตัวตนและแก้ไขข้อมูลในแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ของรัฐบาล ซึ่งจะเปิดให้ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 25–29 พฤษภาคม 2569 ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังของธนาคารกรุงไทย


ประชาชนส่วนใหญ่เดินทางมาเพื่อแก้ไขปัญหาการใช้งานแอปพลิเคชัน อาทิ สแกนใบหน้าไม่ผ่าน ยืนยันตัวตนไม่ได้ เปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ใหม่ รวมถึงเปิดบัญชีธนาคารใหม่ เนื่องจากต้องการให้พร้อมสำหรับการรับสิทธิในโครงการดังกล่าว โดยทางธนาคารได้จัดเจ้าหน้าที่และเคาน์เตอร์เฉพาะกิจแบบวันสต็อปเซอร์วิส คอยอำนวยความสะดวก พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนการใช้งานแอปฯ และการลงทะเบียนรับสิทธิ์แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง


สำหรับโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” เป็นมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของภาครัฐ โดยรัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในสัดส่วน 60% และประชาชนร่วมจ่าย 40% วงเงินช่วยเหลือสูงสุดเดือนละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 4 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 30 กันยายน 2569 รวมวงเงินช่วยเหลือคนละ 4,000 บาท ครอบคลุมจำนวน 30 ล้านสิทธิทั่วประเทศ


ด้านประชาชนที่เดินทางมาใช้บริการ เปิดเผยว่า สาเหตุที่ต้องมาขอความช่วยเหลือจากธนาคาร เนื่องจากโทรศัพท์มือถือเครื่องเดิมไม่รองรับการอัปเดตแอปพลิเคชัน อีกทั้งยังประสบปัญหาการสแกนใบหน้าและยืนยันตัวตน แม้ให้ลูกหลานช่วยดำเนินการก็ยังไม่สำเร็จ จึงตัดสินใจเดินทางมาให้เจ้าหน้าที่ธนาคารช่วยแก้ไขปัญหา เพื่อเตรียมลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการในวันเปิดระบบ
พร้อมกันนี้ยังมองว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ถือเป็นโครงการที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย แม้จะเป็นวงเงินเฉลี่ยวันละประมาณ 200 บาท แต่ก็สามารถนำไปใช้ซื้ออาหารและของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันได้ พร้อมขอบคุณรัฐบาลที่ออกมาตรการช่วยเหลือประชาชน และอยากให้มีโครงการลักษณะนี้อย่างต่อเนื่องในอนาคต