กำแพงเพชร - ตร.กำแพงเพชรรวบ..น้าชายหื่นออกอุบายให้หลานสาวในไส้วัย 16 ที่อยู่ชายคาเดียวกันขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งทำงานก่อนพยายามขืนใจ รอบแรกไม่สำเร็จ ยังออกอุบายซ้ำแล้วล็อกคอ-ชักมีดจี้ข่มขืนคาป่าข้างทาง แต่ยังปากแข็งปฏิเสธข้อกล่าวหา ด้านแม่เหยื่อลั่น..ต้องปกป้องลูก
วันนี้ (24 พ.ค.) พ.ต.อ.สมเกษม จารักษ์ ผกก.สภ.เมืองกำแพงเพชร ได้รับรายงานเหตุสะเทือนใจกรณีอนาจารในครอบครัว หลังเจ้าหน้าที่สายตรวจตำบลนาบ่อคำ อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ร่วมกับ ร.ต.อ.ปรัชญา ทาบ้านฆ้อง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร นำกำลังเข้าควบคุมตัว นายกฤษฎา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุใช้อาวุธมีดข่มขู่บังคับขืนใจ นางสาวเอ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ซึ่งเป็นหลานสาวแท้ๆ ของตนเอง คาป่าข้างทาง พื้นที่ ต.นาบ่อคำ อ.เมืองกำแพงเพชร ก่อนจะรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นเพื่อเร่งดำเนินคดีตามกฎหมาย
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 07.00 น. โดยนายกฤษฎา ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าชายและอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน ได้ออกอุบายให้หลานสาวขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งที่ทำงาน แต่เมื่อถึงบริเวณทางเข้าไร่นาซึ่งเป็นที่เปลี่ยว ผู้ต้องหาได้ออกอุบายล่อลวงให้ขี่ลึกเข้าไป จากนั้นได้ลงมือลวนลาม
เมื่อผู้เสียหายขัดขืนและร้องขอความเห็นใจ น้าชายกลับออกอุบายซ้ำให้ผู้เสียหายเลี้ยวรถกลับ ก่อนใช้แขนล็อกคอพร้อมชักอาวุธมีดขึ้นมาจี้บังคับข่มขู่ขืนใจจนสำเร็จความใคร่ในป่าข้างทางแล้วหลบหนีไป
หลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกำแพงเพชรได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุและรวบรวมพยานหลักฐานอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างรุนแรง
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ประสานเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพเข้าร่วมสอบปากคำตามขั้นตอนกฎหมายคุ้มครองเด็กและเยาวชน พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยใช้อาวุธ พาบุคคลอายุกว่าสิบห้าปี แต่ไม่เกินสิบแปดปี ไปเพื่อการอนาจารฯ และพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดา โดยผู้เยาวไม่เต็มใจไปด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ได้พยายามติดต่อพูดคุยกับนายกฤษฎา ผู้ก่อเหตุ เพื่อสอบถามถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ทว่าผู้ก่อเหตุยังคงมีท่าทีนิ่งเฉย ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลหรือตอบคำถามใดๆ กับสื่อมวลชน โดยระบุเพียงสั้นๆ ว่าตนไม่ได้เป็นผู้ลงมือก่อเหตุตามที่ถูกกล่าวหา ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะควบคุมตัวเข้าห้องสอบสวนเพื่อดำเนินการสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง
ขณะที่มารดาของผู้เสียหาย ซึ่งมีสถานะเป็นพี่สาวแท้ๆ ของผู้ก่อเหตุ เปิดเผยด้วยน้ำเสียงหดหู่ว่า รู้สึกสะเทือนใจและพูดยากมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเป็นการกระทำของคนในครอบครัวระหว่างน้องชายและลูกสาวของตนเอง ทั้งที่น้องชายก็โตจนมีครอบครัวแล้ว และนี่คือหลานแท้ๆ ทำไมถึงทำแบบนี้ได้
“ในฐานะคนเป็นแม่ย่อมต้องเลือกความถูกต้องและปกป้องลูกสาวเป็นอันดับแรก โดยจะขอดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพื่อคืนความยุติธรรมให้กับลูกสาว”


