xs
xsm
sm
md
lg

(คลิป)ถกกันสนั่น!ปมดรามา คอนเทนต์อ้าง“กะหล่ำปลี”ส่อทำควายเผือกตาย 7 ตัว-นกกระจอกเทศเดี้ยงอีก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เพชรบูรณ์ – ถกเถียงกันสนั่น ปมดรามาคนสร้างคอนเทนต์อยู่เพชรบูรณ์เผยแพร่โลกออนไลน์..อ้าง “กะหล่ำปลี” อาจเป็นต้นเหตุทำควายเผือกที่เลี้ยงไว้ตายถึง 7 ตัว แถมนกกระจอกเทศเดี้ยงอีกจำนวนหนึ่ง ตั้งข้อสงสัยสารพิษตกค้าง ขณะที่คนเลี้ยงวัว-ควาย ใกล้แหล่งปลูกกะหล่ำใหญ่สุดในประเทศ ชี้ใช้ใบกะหล่ำให้ควายกินเสี่ยงอยู่แล้ว


กรณีมีผู้สร้างคอนเทนต์เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยอ้างว่า “กะหล่ำปลี” อาจเป็นสาเหตุทำให้ควายเผือกของตนเองเสียชีวิตถึง 7 ตัว และลูกนกกระจอกเทศอีกจำนวนหนึ่ง พร้อมตั้งข้อสังเกตเรื่องสารพิษตกค้างในพืชผลทางการเกษตร จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์

และมีเพจดังในจังหวัดเพชรบูรณ์ตั้งคำถามต่อสาธารณะว่า ควรมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือไม่ พร้อมเสนอให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขหรือปศุสัตว์เข้าพิสูจน์สาเหตุการตายของสัตว์อย่างชัดเจน รวมถึงตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องสารพิษตกค้างในกะหล่ำปลีด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อทั้งผู้บริโภคและเกษตรกรผู้ปลูกกะหล่ำปลีในพื้นที่

ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่สอบถาม นายณรงค์ศักดิ์ ตัญญาภักดิ์ เกษตรกรผู้เลี้ยงวัวควาย ในอำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งมีประสบการณ์เลี้ยงวัวควายมานานกว่า 10 ปี เปิดเผยว่า ตนเลี้ยงวัวมา 3 ปี ก่อนเปลี่ยนมาเลี้ยงควาย เนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่ม มีน้ำมากและแฉะ เหมาะกับควายมากกว่า

นายณรงค์ศักดิ์ ระบุว่า แม้อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้แหล่งปลูกกะหล่ำปลีรายใหญ่ของประเทศอย่างภูทับเบิก และเคยทำไร่กะหล่ำปลีมาก่อน แต่ไม่เคยนำใบกะหล่ำปลีมาเป็นอาหารวัวหรือควายเลย เพราะมีความเสี่ยงทำให้สัตว์เกิดอาการ “ท้องอืด” ได้ เช่นเดียวกับใบมันสำปะหลัง ใบกระถิน หรือหญ้าอ่อน หากสัตว์กินในปริมาณมากเกินไป อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะอาการท้องอืดที่สามารถสังเกตได้จากบริเวณท้องด้านซ้ายที่บวมผิดปกติ


เขายังระบุอีกว่า การเลี้ยงสัตว์ต้องใส่ใจและสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดทุกวัน ทั้งเรื่องการกินอาหาร การขับถ่าย และสุขภาพโดยรวม โดยเฉพาะสัตว์เคี้ยวเอื้องอย่างวัวและควาย ซึ่งต้องเลือกอาหารให้เหมาะสม พร้อมย้ำว่า ตลอดชีวิตตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบัน อายุ 44 ปี ไม่เคยนำใบกะหล่ำปลีมาให้วัวหรือควายกิน เพราะมองว่าไม่เหมาะสมและอาจเสี่ยงอันตราย

ขณะที่หลังมีการตั้งกระทู้ผ่านเพจดังของเพชรบูรณ์ มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยหลายเสียงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด เพื่อพิสูจน์สาเหตุการตายของสัตว์ว่าเกิดจากอะไรแน่ ระหว่างปัจจัยด้านอาหาร การเลี้ยงดู หรือสารพิษตกค้าง เนื่องจากกรณีดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และภาพลักษณ์ของเกษตรกรผู้ปลูกกะหล่ำปลีในจังหวัดเพชรบูรณ์