xs
xsm
sm
md
lg

ผบ.ทร.จับตาฝ่ายตรงข้ามเคลื่อนย้ายกำลังพล ลั่นพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ปกป้องอธิปไตย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ตราด - ผบ.ทร.ลั่นพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ปกป้องอธิปไตย-ดูแลความปลอดภัยประชาชน หลังลงพื้นที่ดูการซ้อมแผนเคลื่อนย้าย ปปช.จากพื้นที่วิกฤตทางทะเลใน จ.ตราด เผยติดตามการเคลื่อนย้ายกำลังพลฝั่งตรงข้าม ยันไม่มีเปิดด่าน

วันนี้ ( 22 พ.ค.) พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้เดินทางลงพื้นที่ จ.ตราด เพื่อติดตามการซ้อมแผนฝึกภาคสนาม อพยพเคลื่อนย้ายประชาชนจากพื้นที่วิกฤตทางทะเล ประจำปี 2569 ที่ท่าเทียบเรือ ส.กฤตวัน ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ ซึ่งเป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างอำเภอคลองใหญ่ นำโดย น.ส.กัลยา ประสิทธิ์ภาคย์ นายอำเภอคลองใหญ่ และกรมกิจการพลเรือนทหารเรือ กองทัพเรือ รวมทั้งหน่วยงานความมั่นคง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สาธารณสุขและภาคประชาชน

โดยจำลองสถานการณ์ข้าศึกยิงกระสุนปืนใหญ่ตกบนถนนสายสุขุมวิทจนขาดเสียหาย ทำให้ประชาชนใน อ.คลองใหญ่ ซึ่งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยไม่สามารถเดินทางออกจากพื้นที่ทางถนนได้ และต้องอพยพทางทะเลเท่านั้น ซึ่งการฝึกซ้อมเริ่มตั้งแต่กระบวนการอพยพประชาชน หลังมีการเคลื่อนกำลังพลและยานพาหนะทั้งทางบกและทางทะเลเข้าประจำจุด และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข รวมทั้งเจ้าหน้าที่จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ทำหน้าที่คัดกรองผู้อพยพ รวมทั้งตรวจเช็กสภาพร่างกาย และจำลองสถานการณ์การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียง ตามหลักการแพทย์

นอกจากนั้นยังมีการฝึกซ้อมการอพยพทางน้ำ ซึ่งเทศบาลตำบลหาดเล็ก ได้จัดเตรียมเรือ 2 ลำ ร่วมกับยานพาหนะทางทะเลของกองทัพเรือ ในการลำเลียงผู้อพยพออกจากพื้นที่วิกฤตทางทะเลไปยัง อ.แหลมงอบ ที่ห่างอยู่จากพื้นที่วิกฤต 80 กิโลเมตร อย่างเป็นระบบและปลอดภัย


พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) เผยถึงการฝึกซ้อมแผนอพยพประชาชนออกจากพื้นที่วิกฤตว่าเพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนในพื้นที่ชายแดนตะวันออก พร้อมยืนยันว่า กองทัพเรือ มีความพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ในการรักษาความมั่นคงและการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

โดยการฝึกอพยพประชาชนออกจากพื้นที่วิกฤตเป็นหนึ่งในแผนการฝึกประจำปีของกองทัพเรืออยู่แล้ว และในแต่ละปีจะมีการปรับเปลี่ยนสถานการณ์สมมติไปตามความเหมาะสม

ส่วนการเลือก อ. คลองใหญ่ จ.ตราด เป็นพื้นที่ฝึกซ้อมในปีนี้ เป็นการนำแผนระดับ กองทัพเรือ มารวมกับแผนอพยพของอำเภอและจังหวัดตราด เพื่อเชื่อมต่อการทำงานอย่างไร้รอยต่อซึ่งจะทำให้ทราบว่าเมื่อเกิดเหตุวิกฤตไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติหรือภาวะสงคราม แต่ละภาคส่วนทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร และประชาชนในพื้นที่จะต้องปฏิบัติตนอย่างไร และยังจะช่วยให้หน่วยงานความมั่นคงสามารถสนับสนุนและปฏิบัติงานได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น


ส่วนกระแสข่าวการเคลื่อนย้ายกำลังพลของฝ่ายตรงข้ามตามแนวชายแดน จ.ตราดและจันทบุรีนั้น ผบ.ทร. ระบุว่า กองทัพเรือ ได้รับทราบข้อมูลและเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด พร้อมยืนยันว่ากองทัพเรือมีความพร้อมใน 2 ด้านหลัก คือการรักษาแนวตรวจการณ์ ที่ยังคงวางกำลังและรักษาแนวตรวจการณ์ในพื้นที่อย่างเข้มงวด และยังเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ด้วยการ การฝึกซ้อมกำลังพลอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการใช้อาวุธ และการเตรียมพร้อมเข้าช่วยเหลืออพยพประชาชน

“ เรื่องการเปิดด่านนั้น ขอยืนยันอย่างชัดเจนว่าไม่มีการเปิดอย่างแน่นอน ซึ่งภาพการเปิดประตูเล็กที่อาจเห็นในบางครั้งบริเวณจุดผ่านแดน อาจเป็นเพียงการดำเนินการด้านมนุษยธรรมและการผลักดันบุคคลที่กระทำผิดกฎหมายกลับประเทศเท่านั้น”

ผบ.ทร. ยังเผยถึงความคืบหน้าโครงการสร้างรั้วชายแดนใน อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ว่าแม้จะอยู่ในเขตรับผิดชอบของกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด แต่หน่วยงานหลักที่รับผิดชอบการในก่อสร้าง คือ กองบัญชาการกองทัพไทย และ กองทัพเรือ ได้เข้าสนับสนุนด้านการประสานงานกับประชาชนในพื้นที่ และการดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานสร้างรั้วเท่านั้น

พร้อมกล่าวชื่นชมประชาชนใน จ.จันทบุรีและตราด ที่ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานราชการเป็นอย่างดีเสมอมา พร้อมขอส่งความห่วงใยไปยังกำลังพลทหารเรือทุกระดับชั้น โดยเน้นย้ำว่าผู้บังคับบัญชาไม่เคยละเลย และตนพร้อมที่จะลงพื้นที่ไปพูดคุยเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจด้วยตัวเองในทุกโอกาส


ด้าน นางเพ็ญนภา เกตุกัลยา ชาวบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ บอกว่าปัจจุบันยังมีความกังวลว่าอาจเกิดสงครามขึ้นได้ตลอดเวลา เนื่องจาก กัมพูชา ยังคงมีพฤติกรรมลุกล้ำเข้ามาฝั่งไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้ตนเองได้เตรียมเสื้อผ้าและสิ่งของจำเป็นใส่กระเป๋าเดินทางไว้เรียบร้อยแล้ว และหากเกิดเหตุฉุกเฉินพร้อมอพยพทันที ซึ่งการซ้อมแผนในครั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องดี ที่จะทำให้ทุกคนจะได้ตื่นตัว และรู้ขั้นตอนการอพยพหากเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริง