ศูนย์ข่าวศรีราชา – “นายกเบียร์” นำคณะผู้บริหารเมืองพัทยา สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนพ้นวาระปฏิบัติหน้าที่4 ปี ชูผลงาน 4 ด้าน Festival City–Neo Pattaya–Smart City ปักหมุดพัทยาสู่เมืองท่องเที่ยวโลก ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนสู่สากล
วันนี้ (21 พ.ค.) นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พร้อม คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเมืองพัทยา หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ ได้ร่วมกันประกอบพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศาลาว่าการเมืองพัทยา เนื่องในวันปฏิบัติหน้าที่วันสุดท้ายก่อนครบวาระการดำรงตำแหน่งก่อนนำทีมแถลงผลงานในช่วง 4 ปี ณ ห้องประชุมทัพพระยา ท่ามกลางประชาชนและผู้ให้การสนับสนุนที่พากันเดินทางมาให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก
โดย นายปรเมศวร์ ได้สรุปผลการดำเนินงานตลอดระยะเวลา 4 ปี ภายใต้นโยบาย “Better Pattaya เพื่อสร้างความยั่งยืน” ด้วยการวางรากฐานพัฒนาเมืองพัทยาใน 4 เป้าหมาย 15 นโยบาย เพื่อยกระดับเมืองสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับสากล และพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างรอบด้านในหลายมิติ
ทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจ การสร้างรายได้ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม สิ่งแวดล้อม การศึกษา สาธารณสุข และเทคโนโลยีเมืองอัจฉริยะ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือทำให้พัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีมาตรฐานและเติบโตอย่างยั่งยืน
“ หนึ่งในแนวทางหลักคือการผลักดันเมืองพัทยาเป็น “Festival City” หรือเมืองแห่งการจัดกิจกรรม เพื่อสร้างรายได้ให้ประชาชน ผู้ประกอบการ และกระจายเศรษฐกิจสู่ชุมชน ควบคู่กับการเปิดพื้นที่ค้าขาย เพิ่มโอกาสประกอบอาชีพ และสนับสนุนการจ้างงานผ่านแนวคิด Parttime Center”
ส่วนการยกระดับคุณภาพชีวิต เมืองพัทยาเดินหน้าโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมแบบต่อเนื่อง เพื่อลดระยะเวลาการระบายน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในเขตเมือง พร้อมพัฒนาระบบรับเรื่องร้องเรียน 1337 MAX และแอปพลิเคชัน Pattaya Connect เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล ข่าวสาร และบริการของเมืองได้สะดวกรวดเร็วขึ้น
ขณะเดียวกัน เมืองพัทยา ยังให้ความสำคัญกับงานสาธารณสุขและสังคมผู้สูงวัย ผ่านบริการหมอถึงบ้าน ระบบ Telemedicine และโครงการ Smart Senior รวมถึงการพัฒนาระบบขนส่งที่ทันสมัย เพื่อรองรับการเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟความเร็วสูงในอนาคต
ด้านการสานต่อวิสัยทัศน์ “Neo Pattaya” ได้มีการผลักดันโครงการพัฒนาตลาดนาเกลือโฉมใหม่ เพิ่มพื้นที่จอดรถและพื้นที่ค้าขาย ยกระดับเกาะล้านให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวปลอดภัยควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม รวมถึงการผลักดันเศรษฐกิจเมืองพัทยาสู่แนวคิดเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์
ในมิติเทคโนโลยีและการศึกษา เมืองพัทยาได้พัฒนาแนวทาง Smart City เช่น การเชื่อมโยงกล้องวงจรปิดกว่า 600 ตัว การเพิ่มระบบไฟส่องสว่าง และบริการออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว พร้อมขยายโรงเรียนต้นแบบ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาและเตรียมความพร้อมเยาวชนสู่อาชีพในอนาคต
นายปรเมศวร์ ระบุว่าแม้ตลอด 4 ปีจะมีข้อจำกัดด้านบุคลากรและอำนาจหน้าที่บางส่วน แต่คณะผู้บริหารได้พยายามขับเคลื่อนเมืองพัทยาในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง พร้อมฝากถึงผู้บริหารชุดใหม่ให้ช่วยสานต่อการปรับปรุงกฎหมายและระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการแก้ไขปัญหาเมือง โดยเฉพาะปัญหาจราจร คนเร่ร่อน และประเด็นสาธารณะอื่น ๆ ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐในการผลักดันต่อไป.


