xs
xsm
sm
md
lg

พ่อลูกเศรษฐีตลาดหนองตม-พรหมพิราม ฟ้องแบงก์ดังเลินเล่อถอนเงินไม่มีสมุด เรียกค่าเสียหายกว่า 300 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



พิษณุโลก - “เฮียฝา-ลูกชาย”เศรษฐีตลาดหนองตม-พรหมพิราม เข้าพบ-ขอบคุณ หน.สำนักงานจังหวัด-ผอ.ศูนย์ดำรงธรรมพิษณุโลก..ช่วยดูแลตามระเบียบ จนศาลรับฟ้องคดีแบงก์ดังถอนเงินโดยไม่มีสมุดโอน-โอนและถอนเงินสด 59 รายการ ยอดเงิน 226 ล้านบาท เรียกค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย 339 ล้าน – นัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกปลายเดือนหน้า


วันนี้ (19 พ.ค.) นายประเสริฐ แก้วผกาผ่องศรี หรือ เฮียฝา อายุ 82 ปี เศรษฐีชื่อดังแห่งตลาดหนองตม ชาวบ้านวงฆ้อง อ.พรหมพิราม และนายสมยศ พงศ์กิตติไพสิฐ อายุ 57 ปี บุตรชาย เดินทางเข้าพบ-ขอบคุณนายอธิปไตย ไกรราช หัวหน้าสำนักงานจังหวัดพิษณุโลก และพ.ต.รังสรรค์ รังษิรุจิ ผอ.กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิษณุโลก ที่ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก

หลังจากยื่นเรื่องร้องเรียนครั้งแรกเมื่อ 12 ต.ค. 64 สมัยนายอธิปไตยฯ ดำรงตำแหน่งหัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมเมื่อ 5 ปีก่อน กรณีเงินฝากในบัญชีธนาคารจำนวน 9 บัญชี สูญหายไปกว่า 50 ล้านบาท ต่อมาได้สืบค้นเพิ่มจนทราบเงินหายจากบัญชีกว่า 200 ล้านบาท

ซึ่งในคำร้องผู้เสียหายขอสเตทเมนต์ ตั้งแต่ 10 ม.ค. 2562 จนถึงวันที่ 25 ส.ค. 2564 จากสาขาธนาคารชื่อดังแห่งหนึ่งในพิษณุโลก กลับบ่ายเบี่ยงไม่ยอมให้สเตทเมนต์ ตกเป็นข่าวโด่งดัง กระทั่งไปร้องเรียนถึงธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อ 15 ก.ค. 2564

ทั้งนี้เงินในบัญชีของ”เฮียฝา”ถูกอดีตผู้จัดการธนาคาร ซึ่งเป็นลูกเขยของ นายประเสริฐ แก้วผกาผ่องศรี หรือ เฮียฝา ถอนโดยการโอนแบบไม่มีสมุดบัญชีไปครั้งแรกประมาณ 50 ล้านบาท โดยโอนไปเข้าบัญชีภรรยาของอดีตผู้จัดการธนาคารและลูกเลี้ยงของนายประเสริฐ

ล่าสุด ศาลจังหวัดแพร่ ลงประทับ”รับฟ้อง” เป็นคดีหมายเลขดำ ผบ.43/2569 คดีแพ่ง ระหว่าง นายประเสริฐ แก้วผกาผ่องศรี โดยนายสมยศ พงศ์กิตติไพสิฐ ผู้รับมอบอำนาจ กับ ธนาคาร(มหาชน)ชื่อดังแห่งหนึ่ง เรื่อง...ผิดสัญญาฝากทรัพย์ ติดตามเอาทรัพย์คืน เรียกค่าเสียหาย 339,454,696 บาท (รวมอัตราดอกเบี้ยร้อย 5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง)

คำฟ้องอ้างถึง บัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์ ปี 52 -59 มีผู้มาทำการเบิกถอนเงินโอนไม่มีสมุดคู่ฝากและถอนเงินโดยการโอนและถอนเงินสด ไปจากบัญชีธนาคารของโจทก์ โอนไม่มีสมุดคู่ฝากถอนโดยการโอนและถอนเงินสด จำนวน 59 รายการ รวมเป็นเงินนวน 226,303,136 บาท

โจทก์ทวงถามถึงธนาคารของจำเลยทั้งสำนักงานใหญ่และสำนักงานสาขาที่จังหวัดแพร่ รวมถึงธนาคารแห่งประเทศไทยหลายครั้งหลายหน เพื่อขอทราบรายละเอียดการถอนเงินโดยการโอนไม่มีสมุดคู่ฝากและถอนโดยการโอนจากบัญชีของโจทก์ รวมทั้งขอตรวจสอบรายการเดินบัญชีย้อนหลังบัญชีธนาคารของโจทก์ ธนาคารของจำเลย กลับไม่มีรายละเอียดความคืบหน้าให้กับโจทก์แต่อย่างใด จึงมีการการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองแพร่แล้ว ให้ดำเนินคดีอาญากับบุคคลผู้ถอนเงินโดยการโอนไม่มีสมุดคู่ฝาก

นายสมยศ พงศ์กิตติไพสิฐ ลูกชายเฮียฝา กล่าวว่า หลังจากตนและบิดาได้เดินหน้าทวงคืนความยุติธรรมจนศาลประทับรับฟ้องเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากทางธนาคารไม่สุจริตและประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง แก้ไขรายการ สเตทเม้นท์, ประวิงเวลา ช่วยเหลือผู้กระทำความผิดไม่ให้รับโทษ มีชื่อบุคคลที่ 3 เข้าร่วมบัญชีเงินฝาก ให้ถอนเงินหลายครั้งโดยไม่มีสมุดบัญชีผู้ฝาก จึงฟ้องร้องค่าเสียหายรวมดอกเบี้ยประมาณกว่า 300 ล้านบาท โดยศาลจังหวัดแพร่นัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกวันที่ 29 มิ.ย. 69

โอกาสนี้จึงอยากฝากเตือนพี่น้องประชาชนที่ใช้บริการกับธนาคารต่างๆ ให้มั่นตรวจสอบบัญชีเงินฝากของตนเอง ว่ามีบุคคลที่ 3 เข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ เพื่อป้องกันการยักยอกและทุจริตเงินในบัญชีของตัวเองด้วย ซึ่งหลังจากนี้จะเดินหน้าต่อสู้เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับครอบครัวต่อไป.