xs
xsm
sm
md
lg

ผอ.อนุบาลนครปฐม ควงผู้บริหารแจงยิบ ปมเงินเรียนเสริม 2.38 ล้าน ชี้มี “ไอ้โม่ง” เสียผลประโยชน์ดิสเครดิตโรงเรียน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นครปฐม - ผู้บริหาร–ครูโรงเรียนอนุบาลนครปฐมตั้งโต๊ะแถลงโต้เพจต้านทุจริต หลังตั้งคำถามโครงการเรียนเสริมช่วงปิดเทอม ยืนยันโปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน ระบุเพิ่งเกิดปัญหาหลังตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเงิน พบผู้เสียผลประโยชน์พยายามสร้างกระแสโจมตี

จากกรณีเพจ STRONG ต้านทุจริตประเทศไทย ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 2.7 แสนคน โพสต์ตั้งข้อสงสัยโครงการ “เรียนเสริมศักยภาพช่วงปิดภาคเรียน” ของ โรงเรียนอนุบาลนครปฐม โดยระบุว่าอาจมีการจัดเก็บเงินผู้ปกครองรวมกว่า 2.38 ล้านบาท และตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใสในการบริหารรายได้ จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์ในสังคมออนไลน์

ล่าสุดวันนี้( 18 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวได้เข้าพบกับ ดร.วชิรวิชย์ นิติพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลนครปฐม พร้อมด้วย นายพสภัค มายืนยง ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานทั่วไป นางสาวรมิดา นิลประภัสสร หัวหน้าระดับห้องเรียน EP นางสังวร บุญมา ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายปฐมวัย เพื่อสอบถามถึงข้อมูลที่ปรากฏในเพจดัง ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้ปกครองเริ่มให้ความสนใจและขอให้ชี้แจงประเด็นที่มีการเกิดข้อสงสัยทั้งหมดที่เกิดขึ้น


ย้ำไม่ใช่ซัมเมอร์ แต่เป็นคอร์สปรับพื้นฐานก่อนเปิดเทอม

นายพสภัค มายืนยง ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานทั่วไป ระบุว่า โครงการดังกล่าวไม่ใช่การเปิดสอนซัมเมอร์ แต่เป็น “การเรียนปรับพื้นฐานก่อนเปิดภาคเรียน” ที่ดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2546 และหยุดเพียงช่วงโควิด-19 เท่านั้น

พร้อมชี้ว่า ข้อมูลบางส่วนในเพจคลาดเคลื่อน เช่น ค่าอาหารกลางวันที่ถูกระบุประมาณ 130,000 บาท แต่ข้อเท็จจริงอยู่ราว 700,000 บาท ย้ำผู้ปกครองสมัครใจเข้าร่วม และการประชุมผู้ปกครองมีผู้เข้าร่วมกว่า 90% โดยไม่มีการตั้งคำถามในที่ประชุม


แจงเงิน 5%–10% ใช้ค่าน้ำไฟ–กองกลางโรงเรียน

ผู้ช่วยผู้อำนวยการฯ ระบุว่า เงินส่วน 10% ถูกนำไปใช้ค่าสาธารณูปโภค ส่วน 5% เป็นกองกลางใช้ดูแลบุคลากรและค่าใช้จ่ายสนับสนุนการจัดกิจกรรม ไม่ได้เป็นผลประโยชน์ส่วนตัวของผู้บริหาร

ทั้งนี้เชื่อว่าอาจมีบุคคลภายในและภายนอกที่เสียผลประโยชน์พยายามดิสเครดิตโรงเรียน หลังมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบตัวเลขทางการเงินมูลค่าหลายล้านบาท


ครูเผยยุคใหม่สั่งตัดส่วนแบ่งผู้บริหาร

ด้าน น.ส.รมิดา นิลประภัสสร หัวหน้าระดับห้องเรียน EP ระบุว่า ในอดีตเคยมีการแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้ผู้บริหาร แต่ในยุคผู้อำนวยการคนปัจจุบันได้ยกเลิก และนำเงินไปใช้พัฒนาสื่อการเรียนการสอน ค่าสาธารณูปโภค และบุคลากรช่วยงานแทน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นแรงจูงใจให้ผู้เสียผลประโยชน์นำเรื่องมาเผยแพร่


ผอ.ย้ำตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

ดร.วชิรวิชย์ ยืนยันว่า โครงการได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษา การจัดเก็บเงินเป็นไปตามมติ และสามารถตรวจสอบเอกสารได้ทั้งหมด โดยเงินถูกใช้เป็นค่าอาหารกลางวัน สื่อการเรียน อุปกรณ์ บุคลากรช่วยงาน และค่าสาธารณูปโภค

ผู้อำนวยการ ยังระบุอีกว่า เพิ่งเรียกประชุมผู้ปกครองเมื่อวันที่ 9–10 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ปกครองส่วนใหญ่เห็นด้วยและต้องการให้ดำเนินโครงการต่อ พร้อมย้ำว่าได้สั่งตัดส่วนแบ่งผู้บริหารเดิมเพื่อนำเงินมาพัฒนาการเรียนการสอน


ทั้งนี้ครูเตรียมรวมตัวเรียกร้องความเป็นธรรมให้โรงเรียน พร้อมเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมในอนาคต โดยวอนอย่าทำลายชื่อเสียงโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากกระแสสังคมออนไลน์.