xs
xsm
sm
md
lg

แก้ปัญหาคนกับช้างชะงัด! “ทีมการ์ดช้าง” คนรุ่นใหม่งัด “คลื่นวิทยุ” สร้างเซ็นเซอร์จับพิกัด-เจอช้างหลุดป่าห้วยขาแข้งใน 10 นาที

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



อุทัยธานี - น่าสนับสนุน ต่อไปชาวบ้านรอบห้วยขาแข้งไม่ต้องอดตาหลับขับตานอนกันแล้ว..ทั้งผู้ว่าฯอุทัยธานี-ชาดา หนุนเต็มที่ “ทีมการ์ดช้าง” กลุ่มคนรุ่นใหม่ร่วมกับชุมชนพลิกโฉมการเฝ้าระวังช้างป่า ชูนวัตกรรม “เซ็นเซอร์คลื่นวิทยุ” แจ้งเตือนพิกัดช้างออกป่าห้วยขาแข้งแบบเรียลไทม์แทนเน็ตเข้าไม่ถึง ขึ้นจอแดชบอร์ด ลดเวลาค้นหาจากหลายชั่วโมงเหลือไม่เกิน 10 นาที พิทักษ์พืชผล-ชุมชนปลอดภัย


ปัญหาคนกับช้างป่าในพื้นที่รอยต่อเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง กำลังถูกแก้ไขด้วยนวัตกรรมฝีมือคนไทย เมื่อกลุ่มคนรุ่นใหม่และชาวบ้านในตำบลระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ร่วมกันพัฒนาระบบ “แม่เหล็กเซ็นเซอร์คลื่นวิทยุ” เพื่อใช้ตรวจจับและแจ้งเตือนการบุกรุกของช้างป่าแบบเรียลไทม์ ลดเวลาค้นหาช้างจากหลายชั่วโมง เหลือไม่เกิน 10 นาที

นายอนุพันธ์ สารสุวรรณ์ กำนันตำบลระบำ เปิดเผยว่า ทีมการ์ดช้าง เกิดจากแรงผลักดันของคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ที่ต้องการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านซึ่งต้องเฝ้าไร่กันตลอดทั้งคืน โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี และนายสมบัติ ไตรศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ที่สนับสนุนงบประมาณเพื่อยกระดับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน

ด้านนายดำรงค์ฤทธิ์ สิงโตทอง เกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบ กล่าวว่า ช้างป่ามักออกหากินช่วงเวลา 22.00-05.00 น. และมักเข้าทำลายไร่มันสำปะหลังจนเสียหายหนัก หากไม่มีระบบเฝ้าระวังผลผลิตแทบไม่เหลือ


ขณะที่ นายธเนศ เนียมหอม ผู้คิดค้นอุปกรณ์ เล่าว่า พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าเขาและไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต จึงเลือกใช้ “คลื่นวิทยุ” ในช่วงความถี่ที่ได้รับอนุญาตจาก กสทช.เป็นตัวกลางในการส่งสัญญาณ โดยใช้เส้นลวดขึงตามจุดเสี่ยง เมื่อช้างเดินชนหรือดึงลวดจะทำให้แม่เหล็กแยกออกจากกันและส่งสัญญาณ Trigger ผ่านคลื่นวิทยุได้ไกลกว่า 2 กิโลเมตร ไปยังศูนย์ควบคุม จากนั้นหน้าจอแดชบอร์ดจะแสดงหมายเลขพิกัดเสาที่ถูกบุกรุก พร้อมเสียงสัญญาณเตือน ทำให้ทีม “การ์ดช้าง” ชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ สามารถรวมตัวเข้าพื้นที่ได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว

ทั้งนี้ จากการสาธิตระบบพบว่าสามารถเปลี่ยนรูปแบบการทำงานได้อย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ต้องใช้เวลาค้นหาช้างนานกว่า 1-2 ชั่วโมง ตอนนี้เมื่อมีสัญญาณแจ้งเตือน ทีมอาสาสมัครกว่า 20 คน และเจ้าหน้าที่อนุรักษ์สามารถเข้าถึงจุดเกิดเหตุและผลักดันช้างกลับขึ้นเขาได้ภายใน 10 นาที ลดความเสียหายต่อพืชผลและเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบันนวัตกรรมดังกล่าวถูกนำร่องใช้ที่บ้านเขาไม้นวลเป็นแห่งแรก และจังหวัดอุทัยธานีมีแผนขยายผลไปยังบ้านโป่งมาค่า หมู่ 7 เพื่อครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงเพิ่มเติม โดยเป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการขับไล่ช้างป่า แต่คือการสร้าง “ทางออกร่วมกัน” เพื่อให้คนและช้างป่าห้วยขาแข้งสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุลและยั่งยืน ผ่านเทคโนโลยีฝีมือคนไทยที่พัฒนาขึ้นจากปัญหาของชุมชนอย่างแท้จริง