จันทบุรี- “สุริยะ” ลงพื้นที่จันทบุรี ตรวจเยี่ยมสวนทุเรียนต้นแบบ ชูมาตรฐานทุเรียน GAP ดันยอดส่งออกพุ่งทะลุ 5 หมื่นล้าน เติบโตขึ้นถึง 67%
วันนี้ (16 พ.ค.) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะได้เดินทางลงพื้นที่สวนผลไม้พรรณมณี ต.วังโตนด อ.นายายอาม จ.จันทบุรี เพื่อติดตามมาตรฐานการผลิต การส่งออกทุเรียน และการขับเคลื่อนนโยบายภาคการเกษตร
พร้อมมอบปัจจัยการผลิตให้แก่กลุ่มเกษตรกร ประกอบด้วย การมอบใบรับรอง GAP พืชทุเรียน จำนวน 12 ราย, มอบสารชีวภัณฑ์ และมอบต้นพันธุ์ทุเรียนเพื่อเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบวาตภัย พร้อมทั้งเยี่ยมชมสวนทุเรียนแปลงต้นแบบที่เน้นการลดต้นทุน ลดการใช้สารเคมี และเพิ่มผลผลิตด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่และสารชีวภัณฑ์
โดยมี นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ
นอกจากนั้นยังมีการจัดนิทรรศการให้ความรู้แก่เกษตรกรใน 4 มิติ ประกอบด้วย การผลิตทุเรียนคุณภาพด้วยมาตรฐาน GAP, การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินเพื่อลดต้นทุน, การป้องกันกำจัดโรครากเน่าโคนเน่าด้วยวิธีผสมผสาน และระบบการตรวจก่อนตัดเพื่อคุมเข้มคุณภาพทุเรียนจันท์
ขณะที่ตัวแทนกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ นายสุริยะ เพื่อเรียกร้องให้ กรมชลประทาน เร่งรัดโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด ซึ่งเป็น 1 ใน 4 อ่างเก็บน้ำหลักของโครงการพัฒนาลุ่มน้ำคลองวังโตนด เพื่อใช้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำสำคัญสำหรับการอุปโภค-บริโภค และภาคการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ได้รายงานสถานการณ์ตลาดทุเรียนว่า ขณะนี้ผลผลิตในภาคตะวันออกกำลังเข้าสู่ช่วงปลายฤดูกาล และจะเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลของภาคใต้ในช่วงเดือนมิ.ย.-ก.ค.สิ่งสำคัญคือการบริหารจัดการโลจิสติกส์เพื่อรองรับการเคลื่อนย้ายผลผลิต
สำหรับสถานการณ์ด้านราคา พบว่ามีการปรับตัวลงตามกลไกตลาดและการแข่งขันจากประเทศเวียดนามที่เริ่มมีผลผลิตออกสู่ตลาดเช่นกัน โดยราคาตลาดปลายทางที่จีน (เกรด AB) ปรับลดลงจากช่วงเปิดฤดูกาลที่ 350 บาทต่อกิโลกรัม มาอยู่ที่ประมาณ 217 บาทต่อกิโลกรัม
ส่วนราคาหน้าล้งในไทยปรับลดจาก 186 บาท เหลือ 128 บาทต่อกิโลกรัม ดังนั้นแนวทางแก้ปัญหาที่สำคัญคือการผลักดันให้สหกรณ์และสถาบันเกษตรกรเข้ามามีบทบาทในการทำการตลาด เพื่อสร้างความสมดุลด้าน Market Power การบริหารระบบโลจิสติกส์ และการกระจายข้อมูลด้านราคาจากตลาดจีนให้เกษตรกรทราบ เพื่อประกอบการตัดสินใจขาย
ขณะที่ ภาพรวมการส่งออกทุเรียนภาคตะวันออกไปยังประเทศจีน ถือว่าประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างมาก โดยข้อมูล ณ วันที่ 13 พ.ค. 2569 ประเทศไทย สามารถส่งออกทุเรียนไปแล้วกว่า 28,000 ตู้ ปริมาณรวมกว่า 450,000 ตัน คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 51,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ถึงร้อยละ 67
ทั้งนี้ คณะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ยังได้เดินทางต่อไปยังตลาดผลทวี และโรงคัดบรรจุในพื้นที่ตำบลบ่อ อ.ขลุง เพื่อตรวจสอบกระบวนการควบคุมคุณภาพ สุขอนามัยพืช รวมถึงระบบตรวจสอบย้อนกลับ (TAS-License) เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดให้กับผู้บริโภคและประเทศคู่ค้าต่อไป


