ลำปาง – การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคฯ นำตำรวจ บุกทลายเหมืองบิทคอยน์กลางเมืองลำปาง พบเช่าตึกอ้างขายเครื่องปรับอากาศ-ดัดแปลงมิเตอร์ไฟฟ้า ต่อสายตรงใช้งานร่วม 8 เดือน มูลค่าความเสียหายเฉียด 3 ล้านบาท เผยชาวบ้านใกล้เคียงสังเกตเห็นสายไฟหลอมละลายหวั่นไฟไหม้แจ้ง กฟภ.ตรวจสอบถึงเจอ
วันนี้ (16 พ.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขลางค์นคร พร้อมด้วยนายบุญยัง สังบัวแก้ว ผจก.การไฟฟ้า จังหวัดลำปาง ได้นำหมายศาลจังหวัดลำปาง เข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์ให้เช่าหลังหนึ่งบนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ลำปาง-งาว ต.พระบาท อ.เมืองลำปาง หลังพบว่าอาคารหลังนี้มีการลักลอบใช้ไฟฟ้าแบบผิดกฎหมาย
ซึ่งพบว่าภายนอกมีการต่อสายตรงไฟฟ้าเข้าไปภายในอาคารโดยไม่ผ่านมิเตอร์ไฟฟ้า และขณะตรวจสอบยังมีการใช้ไฟฟ้าภายในอาคารอย่างต่อเนื่อง
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานเจ้าของอาคาร ผู้นำชุมชน นำเข้าตรวจสถานภายในอาคาร แต่ด้วยอาคารถูกล็อก จึงต้องตัดกุญแจ ก่อนจะให้เจ้าของบ้าน ผู้นำชุมชน เจ้าหน้าที่ กฟภ.และตำรวจเข้าไปตรวจภายในอาคาร โดยห้ามไม่ให้นักข่าวเข้าไป
พบว่าภายในอาคารชั้นที่4 มีการดัดแปลงอาคารติดตั้งเครื่องบิทคอยน์จำนวน 18 เครื่อง ไม่มีการใช้เครื่องปรับอากาศ แต่มีการดัดแปลงคล้ายช่องลมธรรมชาติพัดผ่านตามช่องต่างๆ ทำให้มีกรระบายอากาศได้ดีพร้อมติดแผ่นเก็บเสียงทำให้เสียงเงียบไม่รบกวนเพื่อนบ้าน ส่วนมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นคาดว่าประมาณ 2.5 ล้านบาท ค่าปรับ 4 แสนบาท แต่ต้องรอผลการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง
กระทั่ง ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงได้แจ้งไปยัง กฟภ.ให้มาตรวจสายไฟบริเวณหน้าร้านเนื่องจากมีการหลอมละลายเกรงจะเกิดเพลิงไหม้ เมื่อ จนท.กฟภ.มาตรวจสอบจึงพบว่าเป็นสายเมนและมีความร้อนสูงมาก จึงใช้เครื่องมือตรวจจับแหล่งที่มาของไฟฟ้า จนกระทั่งมาพบว่าที่อาคารดังกล่าวมีการใช้ไฟจำนวนมาก เท่าๆกับ 50 หลังคาเรือนในเวลาเดียวกัน แต่มิเตอร์หน้าอาคารกลับวิ่งตามปกติ
คืนที่ผ่านมา กฟผ.จึงสุ่มเข้าตรวจสอบโดยการจับสัญญาณที่หน้าอาคาร จนมั่นใจว่ามีการลัดลอบใช้ไฟฟ้าจริง จึงเข้าแจ้งความในข้อหาลักทรัพย์ไว้ที่ สภ.เขลางค์นคร พร้อมให้ จนท.คอยเฝ้าที่อาคารไว้ตลอดคืนที่ผ่านมา เนื่องจากเกรงจะมีการเข้ามาขนย้ายสิ่งของ กระทั่งสายวันนี้ ศาลได้อนุมัติหมายค้นอาคารดังกล่าวจึงทราบว่ามีการดัดแปลงมิเตอร์และดำเนินงานเกี่ยวกับเหมืองบิทคอยน์
จากการสอบถามเจ้าของอาคารทราบว่าเดิมเจ้าของต้องการขายอาคารหลังนี้ แต่ขายยังไม่ได้ และมีคนกรุงเทพฯมาขอเช่าโดยบอกว่าจะจำหน่ายเครื่องฟอกอากาศ เจ้าของบ้านจึงได้ทำสัญญาเช่าเริ่มตั้งแต่ 15 กันยายน 2568 จำนวน 2ห้อง ค่าเช่าเดือนละ 12,000 บาทต่อเดือน ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่ได้เข้ามาดูจนกระทั่งเมื่อคืนเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรไปแจ้งจึงรีบมาและตกใจมาก แต่ก็โชคดีซึ่งเจ้าหน้าที่ กฟภ.ระบุว่า หากไม่มีการตจรวจพบก่อนมีความเสี่ยงที่จะเกิดไฟไหม้ได้เพราะมีการใช้ไฟฟ้าจำนวนมากและอากาศร้อน
โอกาสนี้ กฟภ.ฝากเตือนไปยังเจ้าของอาคารต่างๆ ที่ปล่อยเช่าควรมั่นเข้ามาตรวจสอบอาคารของตัวเองด้วย เพื่อไม่ให้ผู้เช้านำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมาย และการดัดแปลงมิเตอร์เป็นความผิดร้ายแรง มีโทษตามกฎหมาย และยังเสี่ยงทำให้ระบบไฟฟ้าขัดข้องหรือเกิดอัคคีภัยได้ พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบพฤติกรรมลักลอบใช้ไฟ สามารถแจ้งได้ที่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคใกล้บ้าน หรือ PEA Contact Center 1129 ตลอด 24 ชั่วโมง


