เลย- แม่ค้ารถพุ่มพวง กระบะเร่ขายอาหาร ผัก ปลาฯลฯตามหมู่บ้านโอด ปัญหาใหญ่นอกจากค่าน้ำมันแพงต้นทุนสินค้าทุกอย่างสูงขึ้นหมด ชาวบ้านที่เป็นลูกค้าไม่มีกำลังซื้อ เคยซื้อเป็นร้อยเหลือไม่กี่สิบบาท แถมบางส่วนแปะโป้งติดหนี้ไว้ก่อน หยุดขายก็ขาดรายได้ เพิ่มราคาก็จะขายไม่ออกอีก ยอมกล้ำกลืนเอากำไรน้อยๆพอประคองตัวไปก่อน
นางสาวแพนเค้ก (สงวนนามสกุล)แม่ค้ารถพุ่มพวงหรือรถพุ่มพวงกระบะเร่รายหนึ่่งใน จ.เลย เล่าว่าค้าขายเร่รถพุ่มพวงมานานแล้ว แต่ละวันต้องตื่นแต่เช้าจัดของขึ้นรถ มีทั้งอาหารการกิน เครื่องครัว ของสด ของหมัก ของแห้ง ทุกอย่างอยู่ในรถคันเดียวเช่น ผักกินใบ ผักบุ้งจีน กะเพรา คะน้า หอม พริกขี้หนู มะเขือเทศ มะเขือเปราะ มะเขือพวง เครื่องต้มยำ ตะไคร้ โหระพา แมงลัก สะระแหน่และอื่นๆ ออกเร่ขายในพื้นที่ อำเภอเมืองเลย ตำบลน้ำหมาน ตำบลกกทอง และพื้นที่ใกล้เคียง
“ทุกวันนี้ค้าขายลำบาก เศรษฐกิจไม่มี คนไม่ค่อยมีเงิน ขายยากมากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับ 1-2 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์ในวันนี้เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทำไปเป็นหนี้ไป แถมยังมีลูกค้าที่ติดค้าง ยังไม่จ่ายรวมๆแล้ว กว่า 2-3 หมื่นบาท”
ปัญหาใหญ่ของการค้าขายตอนนี้ คือราคาน้ำมันที่พุ่งสูงไม่หยุด แต่ก่อนขายดีพอมีกำไร เพราะค่าครองชีพยังไม่สูงนัก แต่ทุกวันนี้ มันแย่ไปหมด ค่าน้ำมันและราคาสินค้าที่ผันผวนรายวัน บางวันราคาของพุ่งขึ้นจนตั้งตัวไม่ติด ครั้นจะปรับราคาขายตามต้นทุนก็ทำได้ยาก เราเคยขาย 20 บาท จะไปขาย 30 บาทก็ไม่ได้ เพราะในหมู่บ้านมีแต่เด็กและคนชรา บางทีไม่มีลูกหลานดูแล เราก็ต้องขายราคาที่ถูกลง บางครั้งก็ต้องแจกต้องแถมจนขาดทุนก็มี
“ทุกวันนี้รถพุ่มพวงต้องเฉือนเนื้อ เพื่อให้อยู่รอด รายได้หดหายไปกว่า 50% จากที่เคยได้ เราพยายามปรับตัวด้วยการซื้อของในปริมาณที่มากขึ้น เพื่อให้ได้ราคาส่งที่ถูกลง แล้วยอมลดสัดส่วนกำไรของตัวเองให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อให้ลูกค้าในชุมชนยังมีกำลังซื้อไหว ขณะที่ฝั่งลูกค้าเองก็ประหยัดสุดขีด จากเคยซื้อหลักร้อย เหลือเพียงหลักสิบ เลือกซื้อเฉพาะสิ่งที่จำเป็นจริงๆ”
สำหรับ แนวคิดเรื่องการนำรถพุ่มพวงเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสของรัฐบาล นางสาวแพนเค้กบอกว่า ยังชั่งใจแบบ 50/50 แม้จะเห็นว่าเป็นเรื่องดี ต้องรอดูก่อนว่าคนที่เข้าร่วมไปแล้ว ผลเป็นยังไงบ้าง เป็นที่รู้กันอยู่ว่าอาชีพตะลอนขายของกินของใช้ด้วยรถพ่วงข้างรถพุ่มพวงนี้ มีรายได้ที่ไม่แน่นอน วันไหนหยุดคือศูนย์ ขาดรายได้ทันที


