xs
xsm
sm
md
lg

วุฒิสภาดันโมเดลแปรรูปปลาหมอคางดำเป็นทรัพยากรทางเศรษฐกิจ ขณะที่งานวิจัย DNA หนุนการแก้ปัญหาด้วยวิทยาศาสตร์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กรุงเทพมหานคร - คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา จัดงานสัมมนาวิชาการเปลี่ยนมุมมองปลาหมอคางดำให้เป็น “ทรัพยากรทางเศรษฐกิจ” สร้างแรงจูงใจในการกำจัด ด้านงานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสารวิจัยระดับนานาชาติ ยืนยันพบ DNA ปลาหมอคางดำในไทย 19 รูปแบบพันธุกรรม หนุนการบริหารจัดการได้อีกทาง

นายธวัช สุระบาล ประธาน กมธ.เกษตรฯ วุฒิสภา เปิดเผยว่า ความเป็นจริงที่ต้องยอมรับคือการทำให้ปลาหมอคางดำหมดไปจากธรรมชาติเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ดังนั้น โจทย์ใหม่คือทำอย่างไรเราจึงจะ "อยู่ร่วมกับมัน" และเปลี่ยนวิกฤตนี้ให้เป็นเม็ดเงินเข้าสู่ชุมชน

ในเวทีสัมมนาได้มีการโชว์ศักยภาพของปลาชนิดนี้ผ่านนวัตกรรมแปรรูปที่หลากหลายตั้งแต่พื้นฐานอย่างการทำปลาส้ม น้ำพริก และน้ำปลาร้าโดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ไปจนถึงระดับอุตสาหกรรมอย่างการผลิตอาหารสัตว์คุณภาพสูงเพื่อลดต้นทุนให้เกษตรกรและที่น่าสนใจคือผลการศึกษาพบว่า "ก้างปลาหมอคางดำ" มีสารอาหารสูงใกล้เคียงกับปลาทะเลเศรษฐกิจ ซึ่งสามารถต่อยอดสกัดเป็นแคลเซียมเพิ่มมูลค่าได้นอกจากนี้ยังมีการนำไปใช้เป็นเหยื่อเลี้ยงปูขาวและช่วยกินขี้เลนในบ่อกุ้ง ซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่เกษตรกรเริ่มใช้กันจริงแล้วในหลายจังหวัด

สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้การกำจัดปลาหมอคางดำ เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ สามารถลดต้นทุนให้เกษตรกร และเพิ่มรายได้ให้ชุมชน โดย กมธ.เกษตรฯ วุฒิสภา เตรียมรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายส่งถึงรัฐบาลโดยเน้นกลไกการรับซื้อและศูนย์แปรรูปในพื้นที่เพื่อสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) พร้อมทั้งการแก้ไขกฎระเบียบให้สามารถย้ายปลาที่ผ่านการตรวจสอบแล้วออกนอกพื้นที่เพื่อป้อนโรงงานได้

อย่างไรก็ตาม การจะคุมสถานการณ์ให้ได้ผล ต้องเข้าใจ “โครงสร้างที่มาของปลา” ที่แท้จริงด้วยซึ่งก่อนหน้านี้มีงานวิจัยฉบับล่าสุดปี 2026 จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยทีมของ ดร.พรเทพ พรรณรักษ์ ที่ได้ทำการ "ถอดรหัสลับ DNA" ของปลาหมอคางดำทั่วไทยและได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติอย่าง Aquaculture Reports (2026)

ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า ปลาหมอคางดำในไทยไม่ได้หลุดรอดมาจากพ่อแม่พันธุ์กลุ่มเดียวอย่างที่เคยเชื่อกันแต่จากการตรวจตัวอย่าง 466 ตัว พบรูปแบบ DNA หรือ “แฮพลอไทป์” (Haplotype) แตกต่างกันถึง 19 รูปแบบซึ่งมีต้นทางมาจากหลากหลายแหล่ง เช่น ประเทศกานา ประเทศโกตดิวัวร์และแหล่งที่ยังระบุไม่ได้อีกหลายแหล่ง

ขณะเดียวกันยังพบว่าในบางพื้นที่ของภาคตะวันออกและภาคใต้ พบรหัสพันธุกรรมที่ไม่เชื่อมโยงกับกลุ่มปลาในสมุทรสงครามเลยนั่นหมายความว่าการเข้ามาของปลานั้น มาจากหลายทาง และหลายครั้ง

งานวิจัยยังชี้เป้าไปที่ "พฤติกรรมมนุษย์" เพราะตามธรรมชาติแล้วปลาชนิดนี้เคลื่อนที่เองได้เพียงไม่กี่ร้อยเมตรต่อรุ่น แต่การที่พี่น้อง DNA เดียวกัน พบในจุดที่ห่างกันนับร้อยกิโลเมตรจากภาคกลางถึงภาคใต้ในเวลาสั้นๆ ย่อมเกิดจาก "มนุษย์เป็นคนพาไป"ไม่ว่าจะเป็นความหละหลวมในการตรวจสอบการส่งออกสัตว์น้ำหรือการแอบเลี้ยงเป็นปลาสวยงามแล้วนำไปปล่อยเมื่อเบื่อข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ทั้งหมดนี้สามารถนำมาเป็นแนวทางบริหารจัดการปลาหมอคางดำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นี่น่าจะเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยสร้างประโยชน์บนสิ่งที่ต้องดำเนินการ และก่อให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากได้ด้วย โดยมีวิทยาศาสตร์เป็นเข็มทิศนำทาง ซึ่งจะใช้เป็นแนวทางในการจัดการสิ่งที่ลักลอบนำเข้าหลากหลายชนิด เพื่อให้มีผลที่ชัดเจนถูกทาง