xs
xsm
sm
md
lg

(คลิป)“ลุงโยชน์” กลับถึงบ้านสุรินทร์ เมียโผเข้ากอดร่ำไห้ดีใจ หลังกัมพูชาปล่อยตัว เผยนาทีถูกทหารเขมรจับกุม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สุรินทร์- “ลุงโยชน์” กลับถึงบ้านแล้ว ภรรยาโผเข้ากอดร่ำไห้ด้วยความดีใจ หลังได้รับการปล่อยตัวจากกัมพูชา เผยนาทีถูกทหารเขมรจับกุมตัว กำลังจะเดินกลับจากป่า เจอทหารกางเต็นท์อยู่กว่า 20 นายพร้อมอาวุธครบมือ จึงถูกคุมตัวปืนหน้าผาลงไปกัมพูชา ด้านเมียสุดดีใจไม่คาดคิดสามีจะได้กลับมาเร็ว เผยลูกคิดถึงพ่อร้องไห้ทุกวัน กินข้าวไม่ได้



วันนี้ (15 พ.ค.69) เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. นายโยชน์ สายน้อย อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70 ม.7 ต.กันตวจระมวล อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ได้เดินทางกลับถึงบ้านพัก ท่ามกลางความดีใจของครอบครัว โดยทันทีที่เดินทางมาถึง ภรรยาได้โผเข้ากอดด้วยความโล่งใจ และน้ำตาไหล หลังต้องพลัดพรากถูกทหารกัมพูชาจับกุมตัวไปขณะเข้าไปหาของป่าชายแดนตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย. 69 และเฝ้ารอการกลับมานานกว่า 20 วัน โดยมี นายประภาส ศรีจันทร์เวียง รอง ผวจ.สุรินทร์ และ นายนิรันทร์ สุนทรศิริ นาย อ.กาบเชิง ที่มาร่วมผูกข้อมือรับขวัญพร้อมกับญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านอย่างอบอุ่น
ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 10.00 น. ที่จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ พลจัตวา นิด นารง รองเสนาธิการภูมิภาคทหารที่ 4 ราชอาณาจักรกัมพูชา ในฐานะประธานกองเลขานุการคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee : RBC) ด้านภูมิภาคทหารที่ 4 ได้ส่งมอบตัวนายโยชน์ ให้กับ พลตรี กัมปนาท วาพันสุ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 2 ในฐานะประธานกองเลขานุการคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค ด้านกองทัพภาคที่ 2

การส่งตัวประชาชนไทยกลับประเทศครั้งนี้ ดำเนินการผ่านกลไกความร่วมมือของคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค ไทย–กัมพูชา ระหว่างกองทัพภาคที่ 2 และภูมิภาคทหารที่ 4 หลังนายโยชน์เดินทางเข้าไปหาของป่าบริเวณแนวชายแดนจังหวัดสุรินทร์ และหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2569
ภายหลังครอบครัว รวมถึงหน่วยงานฝ่ายปกครอง ตำรวจ และทหาร ร่วมกันค้นหา จนเชื่อว่าอาจพลัดหลงข้ามแดน กองทัพภาคที่ 2 จึงประสานงานกับฝ่ายกัมพูชาผ่านกลไก RBC กระทั่งทราบว่านายโยชน์ถูกเจ้าหน้าที่กัมพูชาดำเนินคดีฐานลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย ที่ศาลชั้นต้นจังหวัดอุดรมีชัย
ต่อมา กองทัพภาคที่ 2 ได้ประสานขอความช่วยเหลือจากภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชา จนนำไปสู่การอนุมัติส่งตัวกลับประเทศไทยในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569

นายโยชน์ สายน้อย เปิดเผยนาทีถูกทหารกัมพูชาจับกุมตัวว่า ตนกำลังจะเดินกลับจากป่า ไม่คิดว่าตรงนั้นจะมีทหารเขมรอยู่ทหารเขมรกางเต็นท์นอนอยู่ ตนคิดว่าเป็นชาวบ้านธรรมดา เขาก็เรียกตนเป็นภาษาเขมร ว่าลุงไปไหน ตนตอบไปว่าตนจะกลับบ้าน เขาถามว่าบ้านลุงอยู่ไหน บอกไปว่าบ้านอยู่กาบเชิง (อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์) เขาบอกว่าเดี๋ยวอย่างเพิ่งไป มานี่ก่อน จากนั้นก็มีทหารประมาณ 20 นาย อาวุธครบมือมาล้อมทางที่จะกลับ ก็เลยหยุดวางสัมภาระ เขาบอกให้มานั่งก่อน ตนตกใจด้วย กลัวด้วย ปืนก็เยอะ คิดอย่างเดียวทำยังไงจะได้กลับบ้าน

จากนั้นเขาเลยพาไปที่สำโรง (จ.อุดรมีชัย) เมื่อลงจากเขาก็มีรถมารับ ทหารเขมรทำบันไดลิงขึ้นลงจากบนเขาเพราะเป็นหน้าผาตัด ตนถูกปิดตาก็เดินยาก แต่เปิดมองทางข้างล่างได้ ก็ไปนอนพักรอรถ ฝั่งนี้ก็เป็นของไทย แต่ไม่รู้ว่าฝั่งนั้นตรงไหนเป็นของเขา ที่ตนเดินไปถึงก็อาจจะเป็นพื้นที่เขาเพราะเป็นเขตทหารเขาพอดี ตนขอกราบขอบพระคุณสื่อและพี่น้องที่เป็นห่วง และนักข่าวทุกท่าน แม่ทัพ นายทหาร ส่วนราชการ คุณอ้อ ไพรัช ทุกฝ่าย ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ทั้งอำเภอ ทั้งนายกรัฐมนตรี ทุกฝ่าย ขอกราบขอบพระคุณทุกๆท่าน
นางสาวกรรณิกา หอมขจร อายุ 47 ปี ภรรยา กล่าวว่า ตนดีใจที่สามีกลับมา ไม่คิดว่าจะได้กลับมา คิดว่าข่าวดีหน่อยก็ 1-2 อาทิตย์ ข่าวร้ายหน่อยก็ 1-2 ปี คิดว่าหากถูกขังจะได้กลับมาหรือไม่ ลูกก็คิดถึงพ่อ ร้องไห้ทุกวัน กินข้าวไม่ได้ ขอบคุณพี่อ้อ ไพรัช ทั้งผู้ใหญ่ ม.8 ที่ให้ข้อมูลมา ขอบคุณนายทหาร นายอำเภอหลายฝ่ายที่ดูแลให้กำลังใจมาตลอด ทั้งกองทัพบก แม่ทัพภาคที่ 2 นายกรัฐมนตรี รวมทั้ง สส.บางปู ที่ได้ช่วยประสานงานอยู่