xs
xsm
sm
md
lg

(คลิป)ตามรวบอดีตปลัดฯ-จนท.ทะเบียน เอี่ยวย้าย “เฉินซีโฟร์”เข้าบ้านเชียงดาว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เชียงใหม่ – ตำรวจสอบสวนกลาง-ปปท.ภาค 5 พร้อมดีเอสไอ-ชุดปฏิบัติการฯกรมการปกครอง นำหมายศาลตามจับปลัดอาวุโสอำเภอฮอด-อดีตปลัดฯเชียงดาว พร้อมเจ้าหน้าที่ทะเบียนอีกราย ฐานเอี่ยวโอนย้ายชื่อ “เฉินซีโฟร์”เข้าบ้านในพื้นที่ แถมเอี่ยวออกบัตรหัว 0 อีกเกือบ 450 ราย ขณะที่เจ้าตัวยังปฏิเสธข้อหา


วันนี้ (15 พ.ค.) นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นำเจ้าหน้าที่แถลงข่าวที่สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ ถึงปฏิบัติการ “เผยเงามังกร”จับกุมขบวนการจัดทำรายการทางทะเบียนอันเป็นเท็จให้นายหมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องหาชาวจีนในคดีครอบครองอาวุธสงครามและวัตถุระเบิด

กรณีนายหมิงเฉิน ซัน สัญชาติจีน ผู้ถือบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) เลขประจำตัว ๖-XXXX-XXXXX-XX-X ที่อยู่เขตคลองสามวา กทม. ซึ่งถูกจับกุมหลังเกิดอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และตรวจค้นพบอาวุธสงคราม วัตถุระเบิด และเครื่องกระสุนประเภทต่าง ๆ ในรถยนต์และบ้านพัก เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569

ต่อมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการตรวจสอบรายการทางทะเบียนของนายหมิงเฉิน ซัน โดยเร่งด่วนทันที วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 นายกฤชอา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง จึงสั่งการให้ นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครองและหัวหน้าคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง (DOPA N.I.C.E.) นำกำลังชุดปฏิบัติการสืบสวน DOPA N.I.C.E. ลงพื้นที่ตรวจสอบ ณ สำนักงานเขตจตุจักร สำนักงานเขตคลองสามวา และที่ว่าการอำเภอเชียงดาว จ.เชียงใหม่

ซึ่งจากการตรวจสอบเอกสารหลักฐานทางทะเบียนและสืบสวนถ้อยคำบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการประสานข้อมูลกับศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่ารายการทางทะเบียนของนายหมิงเฉิน ซัน มีพิรุธและผิดธรรมชาติอย่างมาก โดยมีลักษณะเป็นการเข้ามาใช้งานทะเบียนราษฎร เพื่อผลประโยชน์ในการอยู่อาศัยและการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย

และยังพบด้วยว่า รายการทางทะเบียนของนายหมิงเฉิน ซัน ยังมีความเชื่อมโยงกับขบวนการสวมสิทธิกลุ่มชาติพันธุ์ที่ถูกดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้ กล่าวคือ

ก่อนที่นายหมิงเฉิน ซัน จะย้ายเข้ามาอยู่บ้านในพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2565 มีลูกจ้าง อ.เวียงแหง ซึ่งถูกจับกุมไปจากปฏิบัติการตัดหมอกเวียงแหง เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2564 ได้เข้ามาตรวจดูรายการทางทะเบียนของนายหมิงเฉิน ซัน ในระบบทะเบียนราษฎร นายทะเบียนผู้ออกบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู เลข 6) ครั้งที่ 2 หลังจากย้ายมาอยู่บ้านในพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2565 คือ ปลัดอำเภอเชียงดาว ซึ่งทุจริตสวมบัตรประจำตัวประชาชนให้กับบุคคลสัญชาติจีน ที่ถูกกลุ่มคนร้ายลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่ มีการทำร้ายร่างกายและตัดนิ้วมือ ซึ่งถูกตำรวจดำเนินคดีไปแล้วในช่วงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2565

อนึ่ง บุคคลสัญชาติจีนที่มาสวมสิทธิกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ อ.เวียงแหง และ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ซึ่งถูกดำเนินคดีไปในปฏิบัติการ “ตัดหมอกเวียงแหง” และ “สลายหมอกเชียงดาว” เมื่อปลายปี พ.ศ. 2568 บางรายเป็นที่แน่ชัดว่าเป็นเครือข่ายกลุ่มสแกมเมอร์และทุนสีเทาที่หลบหนีคดีมาจากประเทศจีน


ขณะนี้รายการทางทะเบียนของนายหมิงเฉิน ซัน ที่ตรวจพบแน่ชัดว่าทุจริต คือ การย้ายเข้าทะเบียนบ้านใน อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2565 อันเป็นเท็จ ซึ่งอดีตปลัดอำเภอเชียงดาว (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอฮอด จ.เชียงใหม่) ได้ขอให้เจ้าบ้านรับนายหมิงเฉิน ซัน เข้าบ้าน โดยอดีตปลัดอำเภอเชียงดาวดังกล่าวเป็นผู้จัดทำและจัดเตรียมเอกสารให้ทั้งหมด

และเชื่อได้ว่าเป็นการแจ้งย้ายเข้ามาโดยมีนายหน้าติดต่อแทน เนื่องจากเจ้าบ้านไม่เคยรู้จักนายหมิง และนายหมิงไม่เคยมาอยู่ที่เชียงรายแม้แต่อย่างใดในการรับย้ายมาอยู่อาศัยจริงในบ้าน ซึ่งเมื่อนายหมิงเฉิน ซัน ได้รับบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู เลข 6) ระบุที่อยู่เป็นบ้านใน อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ แล้ว ก็เดินทางออกนอกพื้นที่ ซึ่งไม่เคยมาอยู่อาศัยในบ้านที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ แต่อย่างใด

ซึ่งมูลเหตุจูงใจที่นายหมิงเฉิน ซัน ย้ายเข้ามาบ้านในพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เมื่อเชื่อมโยงกับข้อมูลจากการสืบสวนที่มีลูกจ้าง อ.เวียงแหง เข้ามาตรวจดูรายการทางทะเบียนและนายทะเบียนผู้ออกบัตรฯ คือ ปลัดอำเภอเชียงดาวที่เคยทุจริตสวมบัตรประจำตัวประชาชนให้กับบุคคลสัญชาติจีนที่ จึงน่าเชื่อว่านายหมิงเฉิน ซัน ประสงค์จะมาสวมสิทธิกลุ่มชาติพันธุ์หรือคนไทย เพื่อผลประโยชน์ในการอยู่อาศัยและดำเนินธุรกิจในประเทศไทยให้สะดวกยิ่งขึ้น

การกระทำดังกล่าวจึงเข้าข่ายเป็นความผิดฐานกระทำการเพื่อให้บุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยมีชื่อในทะเบียนบ้านโดยมิชอบ ซึ่งเป็นความผิดตาม มาตรา 50 แห่ง พ.ร.บ.ทะเบียนราษฎรฯ มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท ประกอบมาตรา 137 และมาตรา 267 แห่งประมวลกฎหมายอาญา รวมทั้งความผิดตามมาตรา 14 แห่ง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ

นอกจากนี้จากการตรวจสอบยังพบอีกว่า ในห้วงระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม 2564 - 7 ธันวาคม 2564 อดีตปลัดอำเภอเชียงดาวรายนี้ ครั้งดำรงตำแหน่งที่ อ.เชียงดาว ได้จัดทำรายการทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตรสีขาว เลข 0) จำนวน 445 ราย ซึ่งขณะนี้ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีจำนวน 18 ราย ที่เป็นการจัดทำทะเบียนประวัติฯ และออกบัตรสีขาว เลข 0 โดยมิชอบ ซึ่งเป็นความผิดฐานกระทำการเพื่อให้บุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยมีชื่อในทะเบียนบ้านโดยมิชอบ ตาม มาตรา 50 แห่ง พ.ร.บ.ทะเบียนราษฎรฯ และความผิดที่เกี่ยวข้องเช่นเดียวกันอีก


นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครองและหัวหน้าคณะทำงาน DOPA N.I.C.E. จึงได้มอบหมายให้นายศักดิ์สิทธิ์ ภูลเมือง ผู้อำนวยการส่วนป้องกันและปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการสืบสวน 1 DOPA N.I.C.E. เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน โดย พ.ต.อ.ภาสกร นภาโชติ ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้ดำเนินคดีกับปลัดอำเภอฮอด จ.เชียงใหม่ (อดีตปลัดอำเภอเชียงดาว จ.เชียงใหม่) และพวกในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และความผิดตาม พ.ร.บ.ทะเบียนราษฎรฯ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และความผิดที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงนายหมิงเฉิน ซัน ด้วย

กระทั่งศาลอาญาทุจริตภาค 5 ได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหา จำนวน 2 ราย ได้แก่ ปลัดอำเภอฮอด จ.เชียงใหม่ (อดีตปลัดอำเภอเชียงดาว จ.เชียงใหม่) ลูกจ้าง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ วันนี้(15 พ.ค.) ชุดบูรณาการร่วม 5 หน่วยงาน ได้แก่ กรมการปกครอง (DOPA N.I.C.E.) ตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงาน ป.ป.ท. สำนักงาน ป.ป.ช. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ นำได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับทั้ง 2 ราย เรียบร้อยแล้ว ส่วนผู้กระทำผิดรายอื่น เช่น เจ้าบ้าน และกำนันผู้ใหญ่บ้านที่รับรอง พนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียกมาเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ กรมการปกครองได้สั่งการให้สำนักทะเบียน อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เร่งดำเนินการยกเลิกเพิกถอนรายการที่ทุจริตดังกล่าวแล้ว รวมทั้งให้ดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับรายการที่ทุจริตดังกล่าวทุกคน และจากนี้ชุดปฏิบัติการสืบสวนของ DOPA N.I.C.E. จะยังคงร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายเร่งขยายผลการตรวจสอบในกรณีนี้และที่เกี่ยวข้องต่อไป