xs
xsm
sm
md
lg

(คลิป)"หลิว-อาจารียา" ขึ้นโรงพักพบ ตร.ลำพูน เดินหน้าคดีถูกโกงซื้อทองไม่ได้ทองสูญนับล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ลำพูน - ตำรวจลำพูนเชิญนักร้องลูกทุ่งดัง “หลิว-อาจารียา” ให้ปากคำเพิ่ม..หลังคนรู้จักและนับถือกันจนเรียก “คุณแม่” มานาน ชักชวนลงทุนซื้อทองแลกผลตอบแทนบาทละ 4 พันกว่าตั้งแต่สมัยทองราคาบาทละ 2 หมื่นกว่า ระยะแรกได้เงินคืนครบ จนเชื่อ-ลงเพิ่มเรื่อยๆ รวมซื้อทองไปร่วม 70 บาท กลับได้ผลกำไรคืนรอบเดียว ที่เหลือต้องคอยตามทวงมากว่า 2 ปียังได้ไม่ครบ


วันนี้ (14 พ.ค. 69) พล.ต.ต.บุญยวัต เกิดกล่ำ ผบก.ภ.ลำพูน ได้เชิญนักร้องสาวลูกทุ่งชื่อดัง หลิว-อาจาริยา พรหมพฤกษ์ อายุ 40 ปี ศิลปินนักร้องชาวลำพูน มาให้ปากคำเพิ่มเติม หลังแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำพูนดำเนินคดีร้านทองแห่งหนึ่งในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งเขตอำเภอเมืองลำพูน ที่ชักชวนซื้อทองคำแท่งเพื่อเก็งกำไรจ่ายเงินแล้วแต่ไม่ได้ทอง สูญเงินไปนับล้านบาท นอกจากนั้นยังมีผู้เสียหายอีกจำนวนมาก

หลิว-อาจารียาเปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่าก่อนที่จะตกเป็นเหยื่อนั้นได้รู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งสนิทสนมกันมานานมากจนตัวเองเรียกว่าคุณแม่ มีวันหนึ่งคุณแม่แนะนำให้ลงทุนซื้อทองเพื่อเก็งกำไร บอกว่าจะได้ผลกำไรเท่านั้นเท่านี้ เช่น ซื้อทองน้ำหนัก 1 บาท ขณะนั้นราคา 26,000 บาท ก็จะได้รับผลตอบแทน 4 พันกว่าบาทในทุกๆ เดือน

ตนก็ถามคุณแม่ว่า..มันได้ยังไง คุณแม่ก็ตอบว่าได้ยังไงแม่ไม่รู้แต่ได้ผลตอบแทนจริงๆ ตนก็เลยตกลงซื้อ ซึ่งในช่วงแรกไม่ได้ซื้อในนามตัวเองซื้อในนามคุณแม่ ซื้อทองคำครั้งแรกน้ำหนัก 1 บาท ราคาทองคำในขณะนั้น 2 หมื่นกว่าบาท ก็ได้ผลตอบแทนครบตามตกลง

เมื่อรู้ว่าได้ผลกำไรกลับมาจริง ตนจึงซื้อเพิ่ม ทีนี้ซื้อทองคำน้ำหนัก 10 บาท เป็นเงิน 2 แสนกว่าบาท ก็ได้กำไรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนหลงเชื่อ และแต่ละครั้งที่ตกลงซื้อขายทองคำก็จะมีข้อเสนอหรือโปรโมชันเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ตนเองลงทุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงนั้นราคาทองคำขึ้นมา 3 หมื่นกว่าบาท ตนก็จะได้กำไร 9 พันบาทบ้าง หมื่นกว่าบาทบ้าง ในทุกๆ เดือน

แต่พอเราซื้อทองน้ำหนัก 10 บาทก็เริ่มไม่ได้ผลตอบแทน อ้างติดขัดโน่นนี่นั่น พอเริ่มมีปัญหาคนขายซึ่งก็คือผู้บริหารของร้านขายทองแห่งนี้นี่แหละก็เริ่มหว่านล้อมว่ามาซื้อกับบริษัทโดยตรงดีกว่าจะได้มีสัญญาเป็นชื่อของเราโดยตรง และทุกครั้งก็จะยืนยันว่าทองคำของเราจะไม่หายไปไหน ทองเก็บไว้ในตู้เซฟของบริษัท


ทั้งนี้ ก่อนจะทำสัญญาเขาก็เอาทองคำในตู้เซฟของเขาออกมาให้เราดูก่อนว่าเขามีทองคำจริงๆ ซึ่งเป็นการให้ดูเฉยๆ ตนหลงเชื่อจึงได้ตกลงซื้อทองไปน้ำหนักประมาณ 70 บาท เป็นเงินประมาณ 2 ล้านกว่าบาท ซึ่งเงื่อนไขครั้งนี้บอกว่าจะได้ผลตอบแทน 3 เดือนต่อ 1 ครั้ง ก็ได้ผลตอบแทนมา 1 ครั้ง ประมาณ 3 แสนกว่าบาท หลังจากนั้นก็ไม่ได้อีกเลย ตนก็เริ่มเอะใจ จึงบอกว่า..ไม่อยากลงทุนแล้ว-ไม่อยากไปต่อแล้ว เพราะกว่าจะได้ผลตอบแทนมันนานเกินไป จึงขอเงินทุนคืน แต่เวลาผ่านไปจากเดือนเป็นปีเป็น 2 ปี ก็ทวงถามจนในที่สุดก็ได้ทองคำมาน้ำหนัก 40 บาท ประมาณ 1,200,000 บาท ซึ่งก็ยังเหลือเงินทุนตัวเองอีกหลายแสนบาทไม่ถึงล้าน

แต่ถ้าคิดตามน้ำหนักทองที่เราซื้อไปตอนนี้ราคามันสูง ทวงถามมาตลอดแต่ไม่เคยได้เงินหรือทองคำใดๆ คืนมาเลยจนเวลาล่วงเลยมานานจึงมีการแจ้งความดำเนินคดี และวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญมาให้ปากคำเพิ่มเติมหลังเป็นข่าว เพื่อจะได้ดำเนินคดีตามขั้นตอน

หลิว-อาจารียายังกล่าวฝากเตือนภัยถึงพี่น้องประชาชนว่าอย่าตกเป็นเหยื่อในการซื้อทองคำแท่ง หรือทองชนิดไหนก็ตามที่เป็นการลงทุนหวังกำไร เมื่อซื้อทองคำก็ต้องได้ทองคำจริงๆ มาถือไว้ในกรรมสิทธิ์ครอบครองเท่านั้น อย่าหลงเชื่อใครไม่ว่าเป็นคนบ้านเดียวกัน หรือจะสนิทสนมกันมากแค่ไหนก็ตาม เราไม่สามารถไว้ใจใครได้เลย ความเชื่อใจและไว้ใจทำให้เรามองไม่เห็นอะไรหลายๆ อย่าง ตนก็เคยหลงเชื่อและไว้ใจมาแล้ว ฝากไว้ด้วยเผื่อจะได้เป็นอุทาหรณ์แก่ใครอีกหลายๆ คน