ประจวบคีรีขันธ์ - สุดระทึก! ช้างป่าละอูบุกทำร้ายชาวบ้านกลางถนนสายพุไทร-ไทรเอน อ.หัวหิน ขณะนั่งท้ายกระบะกลับจากรับจ้าง ใช้งวงรัดหญิงวัย 67 ปี เหวี่ยงร่างตกกลางถนนก่อนเตะซ้ำจนบาดเจ็บสาหัส กะโหลกร้าว ซี่โครงหัก 6 ซี่ ม้ามแตก ด้านลูกสาวเผยแม่ยังไม่รู้สึกตัว วอนหน่วยงานรัฐเร่งช่วยเหลือเยียวยา พร้อมเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังช้างป่า
วันนี้ ( 14 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีช้างป่าละอูทำร้ายชาวบ้านบ้านห้วยผึ้ง ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเหตุเกิดช่วงเวลาประมาณ 18.00 น. ของวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา บริเวณถนนสายพุไทร-ไทรเอน
รถยนต์กระบะตอนครึ่งคันเกิดเหตุ มีนางหัสนีย์ ช้างต้น เป็นผู้ขับขี่ พาคนงานกลับจากรับจ้างในพื้นที่บ้านหนองพลับ มุ่งหน้ากลับบ้านที่บ้านห้วยผึ้ง ภายในรถมีผู้โดยสารรวม 10 คน โดยนั่งภายในห้องโดยสาร 3 คน และนั่งท้ายกระบะอีก 7 คน
ระหว่างทาง รถหลายคันด้านหน้าชะลอความเร็ว หลังพบช้างป่าตัวใหญ่มีงาเดินอยู่ริมถนน ก่อนช้างจะพุ่งเข้ามาบริเวณด้านขวาของรถกระบะและใช้งวงแกว่งไปมา สร้างความแตกตื่นให้กับผู้โดยสารทั้งหมด
นายสุเชาว์ ออมรัตน์ หนึ่งในผู้ที่นั่งอยู่ท้ายกระบะ เล่าย้อนเหตุการณ์ว่า ช้างป่าเดินเข้ามาคล้ายค้นหาสิ่งของบริเวณท้ายรถ ทุกคนต่างหวาดกลัวแต่ไม่สามารถทำอะไรได้ ก่อนที่ช้างจะใช้งวงรัดร่างของ “ป้าทองมี ช้างต้น” อายุ 67 ปี ซึ่งนั่งอยู่ริมด้านขวาของกระบะ แล้วเหวี่ยงร่างตกจากรถไกลประมาณ 50-70 เมตร ลงกลางถนน
จากนั้น ช้างยังใช้งาปัดนายนิพนธ์ ช้างต้น ลูกชายของผู้บาดเจ็บ ซึ่งนั่งอยู่ท้ายรถจนตกลงมาจากรถอีกคน ก่อนเดินเข้าไปเตะร่างป้าทองมีที่นอนแน่นิ่ง กระเด็นลอดแผงกั้นถนนเข้าไปในพงหญ้าข้างทาง
หลังเกิดเหตุ ชาวบ้านต่างพากันลงจากรถ ตะโกนส่งเสียงไล่ช้าง พร้อมพยายามหาสัญญาณโทรศัพท์เพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าระวังช้างป่า อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และหน่วยกู้ชีพ อบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ เข้าช่วยเหลือ ก่อนนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลหัวหิน
ด้าน น.ส.น้ำฝน ช้างต้น ลูกสาวของผู้บาดเจ็บ ซึ่งเป็นครูอยู่ที่ อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เปิดเผยว่า หลังทราบข่าวได้รีบเดินทางกลับมาดูอาการแม่ทันที โดยแพทย์แจ้งว่าแม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส กะโหลกศีรษะด้านขวาร้าว ดั้งจมูกและโหนกแก้มหัก ซี่โครงหัก 6 ซี่ และม้ามแตก มีเลือดคั่งในสมอง ต้องเข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉิน แต่ขณะนี้ยังไม่รู้สึกตัว แพทย์ต้องเฝ้าดูอาการวันต่อวันอย่างใกล้ชิด
น.ส.น้ำฝน กล่าวด้วยความเป็นห่วงว่า แม่เป็นเสาหลักของครอบครัว ขณะที่พ่อก็ไม่สามารถเดินได้ จึงอยากฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาช่วยเหลือเยียวยาครอบครัว และหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้กับประชาชนที่ใช้เส้นทางดังกล่าวอีก
ขณะที่ นายดาว ช้างต้น ส.อบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ กล่าวว่า ชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้าง และนิยมโดยสารรถกระบะไปทำงานแบบไปเช้าเย็นกลับ ซึ่งเป็นวิถีชีวิตปกติของคนในชุมชน ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุร้ายแรงเช่นนี้
ทั้งนี้ อยากวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือเยียวยาผู้บาดเจ็บ เนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่มีฐานะยากจน อีกทั้งอยากให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังช้างป่าบริเวณถนนสายพุไทร-ไทรเอน เพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอยในอนาคต เพราะชาวบ้านยังจำเป็นต้องใช้เส้นทางดังกล่าวในการเดินทางไปประกอบอาชีพเลี้ยงครอบครัวต่อไป


