สุรินทร์- ชาวบ้าน อ.กาบเชิง สุรินทร์ ได้ยินเสียงปืนเล็กอีกหลายนัด ช่วงเช้าวันนี้ ที่ชายแดนช่องจอม-โอร์เสม็ด ส่วนแม่ค้ายังเปิดร้านขายของปกติต้องหารายได้เลี้ยงชีพ ชี้ไม่ตื่นตระหนกเพราะชินกับสถานการณ์แล้ว แต่เตรียมพร้อมอพยพตลอดเวลาเมื่อทางการแจ้งเตือน ระบุเขมรพยายามยั่วยุ ก่อกวนไม่เลิกและคัดค้านขึ้นทะเบียนปราสาทชายแดนของไทย เชื่อเกิดสู้รบรอบ 3 แน่
จากกรณีเมื่อวานนี้ (13 พ.ค.69) ช่วงเวลาประมาณ 18.40 น. ทหารกัมพูชาได้ยิงปืนเล็กตลอดแนวชายแดนช่องจอม บริเวณชุมชนโอร์เสม็ด อ.กรุงสำโรง จ.อุดรมีชัย ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับประตูด่านจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ชายแดนไทย-กัมพูชา รวมจำนวน 11 นัด นั้น
ล่าสุดวันนี้ ( 14 ก.ค.68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาประมาณ 08.30 น.ชาวบ้านในพื้นที่หมู่บ้านด่านพัฒนา ม.14 ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ซึ่งอยู่ติดกับตลาดชายแดนช่องจอม ห่างจากชายแดนช่องจอม-โอร์เสม็ด ชายแดนไทย-กัมพูชา ประมาณ 1.5 กิโลเมตร หลายคน ยืนยันว่าได้ยินเสียงปืนเล็กดังขึ้นอีกจำนวนหลายนัด จึงได้มีการโทรศัพท์สอบถามแม่ค้าแถวตลาดช่องจอม เนื่องจากไม่แน่ใจ ซึ่งบางรายก็ไม่ได้ยิน เนื่องจากไม่ได้อยู่พื้นที่ที่โล่ง มีตึกอาคารบ้านเรือนต่างๆ บังเสียง ประกอบกับมีเสียงรถยนต์ และประชาชนที่มาซื้อของ บริเวณตลาดชายแดนกลบเสียง อีกทั้งเป็นเสียงปืนเล็กหากไม่เงียบหรือตั้งใจฟังจริงๆก็จะไม่ได้ยิน เพราะอยู่ห่างจากชายแดนเกือบ 2 กิโลเมตร
อย่างไรก็ตามชาวบ้านชายแดนในพื้นที่ทราบข่าวทหารกัมพูชา ยิงปืนเล็กจำนวน 11 นัด ตั้งแต่ช่วงค่ำวานนี้ ( 13 พ.ค. ) ต่างไม่ได้ตื่นตระหนกและเริ่มชินกับสถานการณ์การสู้รบชายแดนที่ต้องอพยพ และเตรียมพร้อมตลอดเวลามาตั้งแต่การสู้รบรอบแรก ยังคงใช้ชีวิตตามปกติ โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าย่านตลาดชายแดนช่องจอม ที่ยังคงเปิดร้านค้าขายกันอยู่ เพื่อหารายได้ดูแลครอบครัว หลังจากเศรษฐกิจชายแดนซบเซา ไร้นักท่องเที่ยวตั้งแต่การสู้รบรอบแรก และทุกครั้งที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับชายแดน จะส่งผลให้เศรษฐกิจการค้าขายชายแดนเงียบเหงาลงทันที
ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารไทยยังคงตรึงกำลังตลอดแนวชายแดนอย่างเข้มข้น และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะที่ชายแดนด้านช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ตามคำสั่งของกองทัพบก หลังจากเกิดเหตุการณ์ทหารกัมพูชายิงปืนเล็ก 11 นัดดังกล่าว
นางรัตนนา ชูกล้า แม่ค้าขายสินค้าทั่วไป ย่านตลาดชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ กล่าวว่า เมื่อเช้าวันนี้เวลาประมาณ 8 โมงครึ่ง เพื่อนบ้านที่อยู่ในหมู่บ้าน ซึ่งฝั่งตรงข้ามจะเป็นป่า ห่างชายแดนประมาณ 1.5 กิโลเมตร บอกว่าได้ยินเสียงปืนหลายนัด และไม่แน่ใจว่าใช่หรือไม่ จึงโทรศัพท์มาสอบถามกัน และตนไม่ทราบว่าจริงหรือไม่ เพราะตนอยู่หน้าตลาดไม่ได้ยิน ส่วนเมื่อคืนฝนตกก็ไม่ได้ยินกรณีทหารเขมรยิงปืน 11 นัด
อย่างไรก็ตาม ตนก็ยังเปิดร้านขายของไปตามปกติ และเตรียมพร้อมตลอดเวลาแต่ไม่ตื่นตระหนก ถ้ามีเสียงปืนใหญ่ดัง หรือ มีข้อความแจ้งเตือนให้อพยพจากทางการ ก็จะอพยพออกจากพื้นที่ทันที นางรัตนา กล่าว
ด้าน นางดวงรัตน์ สุปูนทน แม่ค้าขายสินค้าทั่วไป ตลาดชายแดนช่องจอม กล่าวว่า ตนมองว่าโอกาสที่จะเกิดการสู้รบชายแดนรอบที่ 3 มีสูงมาก เพราะทหารเขมรพยายามยั่วยุ ก่อกวนไม่เลิกในหลายจุด และช่วงนี้ได้เกิดเหตุการณ์เกี่ยวกับชายแดนหลายอย่าง ทั้งประท้วงคัดค้านไม่ยอมรับการขึ้นทะเบียนปราสาทชายแดนต่างๆ ของกรมศิลปากร ไทย โดยเฉพาะปราสาทตาควาย ปราสาทตาเมือนธม และปราสาทคนา ซึ่งหากจะรบก็ให้รบไปเลย ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว จะให้อพยพตอนไหนก็บอก
ส่วนที่ พลโทมาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ออกมาแถลงกรณี การยิงปืน 11 นัดของทหารเขมรในพื้นที่ชายแดนบริเวณโอร์เสม็ด อ.กรุงสำโรง จ.อุดรมีชัย กล่าวหาไทยว่าเป็นการเสนอข่าวปลอมและบิดเบือนข่าวอย่างร้ายแรง ว่า ตนมองว่าทหารไทยมีวินัยสูง มีระเบียบ เหมือนประชาชนคนไทยที่มีระเบียบวินัย ส่วนใหญ่ไม่ค่อยโกหกอะไรง่ายๆ เขามีระเบียบกฎกติกาของเขาเอง ทหารไทยมีความอดทนสูงมาก ไม่มีพฤติกรรมป่าเถื่อนไปทำอะไรใครง่ายๆ ถ้าไม่เหลืออดจริงๆ คือนิสัยคนไทยถ้าไม่เหลืออดหรือโดนหนักจริงๆ ก็จะไม่พูดและตอบโต้อะไรเลย แต่เขมรโกหกได้ตลอดเวลา ไทยอ่อนโยนและความใจดีของไทย จนถูกมองว่าอ่อนแอในสายตาเขมร แต่อย่างไรก็ตามชาวบ้านไม่ตื่นตระหนกแต่อย่างใด อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด เมื่อสถานการณ์มันเป็นแบบนี้แล้ว


