ภาคกลาง – ชาวนาชัยนาท อ่างทอง ถือฤกษ์วันพืชมงคล เริ่มหว่านข้าวนาปีปี 2569 แม้ต้นทุนทุกอย่างพุ่งสูงจากน้ำมันแพง หวังผลผลิตงอกงามและรัฐบาลช่วยแก้ปัญหาราคาข้าวให้พออยู่ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (13 พ.ค.) ชาวนาในจังหวัดชัยนาทเริ่มต้นฤดูกาลผลิตข้าวนาปี โดยถือฤกษ์ดี “วันพืชมงคล” ลงมือสูบน้ำเข้าแปลงนา ไถหว่านเมล็ดพันธุ์ แม้ต้องเผชิญต้นทุนการผลิตพุ่งสูงจากราคาน้ำมันและปัจจัยการผลิตที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น
ที่ ต.ธรรมามูล อ.เมืองชัยนาท ชาวนาหลายรายเริ่มสูบน้ำจากคลองชลประทานเข้าสู่แปลงนา เพื่อเตรียมไถและหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าว โดยเชื่อว่าเป็นวันมงคล ช่วยให้ผลผลิตเจริญงอกงาม พร้อมฝากความหวังให้รัฐบาลช่วยแก้ปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ
นายอนันต์ และ นางสัมฤทธิ์ มีมูล สองสามีภรรยาชาวนา เปิดเผยว่า เช่าทำนา 18 ไร่ ปลูกข้าวพันธุ์ กข.107 โดยเริ่มหว่านช่วงนี้เพราะเป็นฤกษ์ดี และกรมชลประทานส่งน้ำเข้าคลอง ทำให้สามารถสูบน้ำใช้ได้ ไม่ต้องพึ่งน้ำบาดาล
อย่างไรก็ตาม การทำนาปีนี้มีต้นทุนสูงขึ้นมาก โดยเมล็ดพันธุ์ข้าวจากกระสอบละ 360 บาท เพิ่มเป็น 450 บาท ค่าจ้างรถไถจาก 220 บาทต่อไร่ เป็น 250 บาทต่อไร่ ค่าจ้างรถเกี่ยวจาก 400 บาทต่อไร่ เป็น 450 บาทต่อไร่ ขณะที่ค่าน้ำมันสำหรับเครื่องสูบน้ำช่วงเริ่มต้นปลูกต้องจ่ายแล้วกว่า 8,000 บาท ยังไม่รวมค่าปุ๋ยที่เพิ่มจากกระสอบละ 800 บาท เป็น 1,300 บาท และอาจเสี่ยงขาดแคลนในอนาคต
ชาวนาบอกว่า ที่ยังต้องทนทำนาต่อไป แม้จะมีต้นทุนสูง ก็เพราะมีอายุมากแล้ว ไม่รู้จะไปทำอาชีพอะไร จึงหวังว่าปีนี้ ข้าวที่ปลูกจะเจริญเติบโตงอกงามดี มีผลผลิตให้เก็บเกี่ยวได้ไร่ละ 1 ตัน และ รัฐบาลจะช่วยแก้ปัญหาราคาข้าว ให้ราคาขยับสูงขึ้น หากสามารถขายข้าวได้ราคาตันละ 10,000 บาท ชาวนาก็พออยู่ได้
ขณะที่ ชาวนาในพื้นที่ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง ได้นำเมล็ดพันธุ์ข้าวเติมลงในเครื่องสำหรับหว่านข้าวแล้วนำไปพ่นหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวลงในแปลงนา ได้ปรับพื้นที่นาสำหรับเพาะปลูกไว้เสร็จเรียบร้อยแล้ว และในวันนี้เป็นวันพืชมงคล เชื่อเป็นฤกษ์ดีในการเพาะปลูกจึงนำเมล็ดพันธุ์ข้าวหว่านลงในแปลงนา ในวันพืชมงคล 13 พฤษภาคม เป็นวันมหามงคล ของชาวเกษตรกรชาวไทย ที่ยึดถือปฏิบัติกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ และยึดเอาเป็นฤกษ์ดีโดยเชื่อว่า เป็นวันดีของการเริ่มต้นเพาะปลูก หากเริ่มทำนาในวันพืชมงคลแล้ว ก็จะได้ผลผลิตดี มีกำไรตามที่ต้องการต่อไป


