xs
xsm
sm
md
lg

ตราดแล้งหนัก อ่างเก็บน้ำเขาระกำ วิกฤตสุดในรอบ 11 ปีชาวบ้าน-เกษตรกรถึงขั้นขาดน้ำกินน้ำใช้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์




ตราด-
พิษเอลนีโญทำตราดแล้งหนัก อ่างเก็บน้ำเขาระกำ วิกฤตสุดในรอบ 11 ปีปริมาณน้ำเหลือใช้แค่ 30%ของความจุอ่าง กระทบการผันน้ำลงคลองน้ำเชียว เส้นเลือดใหญ่ชาวบ้าน-เกษตรกร จนชลประทาน ต้องตั้งเครื่องสูบน้ำช่วย

วันนี้ (12 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ จ.ตราด ว่าเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้จากปริมาณน้ำในอ่างเก็บเขาระกำ ที่ขณะนี้เหลือน้ำใช้ได้เพียง 30 % หรือประมาณ 14.384 ลูกบาศก์เมตร จากความจุอ่าง 47.690 ลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้น้ำในคลองน้ำเชี่ยว ที่รับน้ำโดยตรงจากอ่างเก็บน้ำดังกล่าวอยู่ในสภาพแห้งขอด ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อชาวบ้านและเกษตรกรให้พื้นที่ ต.น้ำเชี่ยว อ.แหลมงอบ และ ต.หนองโสน อ.เมืองตราด ที่ขาดแคลนทั้งน้ำกินและน้ำใช้ แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

จนทำให้ กรมชลประทานตราด ต้องนำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เข้าการสูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำเขาระกำ ที่ปัจจุบันมีระดับกักเก็บต่ำที่สุดในรอบ 11 ปี ลงสู่คลองน้ำเชี่ยวเพื่อช่วยต่อลมหายใจให้กับชาวบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

และล่าสุด นายชัยกร ลุนทา หัวหน้าฝ่ายวิศกรโครงการชลประทานตราด พร้อมด้วย นายพีระพงษ์ พิพัฒน์เลิศสกุล ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำบ้านน้ำเชี่ยว และประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำบ้านหนองโสน รวมทั้งชาวบ้านจำนวนหนึ่ง ยังได้เดินทางไปยังสะพานคลองวังกระเต็น ต.หนองโสน เพื่อติดตามการผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำเขาระกำ พร้อมบอกว่าสาเหตุหลักเกิดจากการเก็บกักน้ำในช่วงสิ้นฤดูกาลที่ผ่านมาที่ขาดหายไปจากระดับความจุถึง 5-6 ล้านลูกบาศก์เมตร ประกอบกับปัญหาภัยแล้งที่ยาวนานจึงทำให้ระดับน้ำลดลงอย่างรวดเร็วแบบคาดไม่ถึง 

"ทางหน่วยงานได้เร่งแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนและจะดำเนินการผันน้ำช่วยเหลือชาวบ้านจนกว่าจะสิ้นสุดฤดูแล้งและเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการ” หัวหน้าฝ่ายวิศกรโครงการชลประทานตราด กล่าว


ขณะที่ นายสัญชัย นามธรรม ตัวแทนเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบเผยถึงความยากลำบากในการทำเกษตรที่เกษตรกรชาวสวนขาดน้ำมานานนับเดือนจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดจนทำให้น้ำระเหยหายไปในอากาศอย่างรวดเร็ว ซึ่งเกษตรกรหลายรายต้องแบกรับภาระการซื้อน้ำที่สูงถึงเที่ยวละ 10,000 บาท

และที่ผ่านมาตนเองพยายามช่วยเหลือตนเอง ด้วยการนำน้ำจากสระขนาดเล็กของกรมการปกครองมาแบ่งปันให้ชาวบ้านและเกษตรกรรอบข้างได้สูบใช้ประทังชีวิต แต่เมื่อน้ำหมดก็แทบสิ้นหวัง

“ หากปล่อยไว้อีกเพียงสัปดาห์เดียวต้นไม้คงยืนต้นตายทั้งหมด แต่ถือว่าโชคดีที่ชลประทานเร่งดำเนินการผันน้ำเข้ามาช่วยได้ทันเวลา ทำให้เกษตรกรรอดพ้นจากการสิ้นเนื้อประดาตัว” ตัวแทนเกษตรกร กล่าว

เช่นเดียวกับ นายพีระพงษ์ พิพัฒน์เลิศสกุล ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำบ้านน้ำเชี่ยว ที่บอกว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง จนทำให้คลองน้ำเชี่ยวแห้งขอด จนเกษตรกรต้องซื้อน้ำใช้ ส่วนพื้นที่ ต.หนองโสน ได้รับผลกระทบหนักกว่า เนื่องจากไม่เพียงแต่ขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร แต่ยังขาดแคลนน้ำดิบสำหรับทำประปาหมู่บ้านจนองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หนองโสน ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการดูดน้ำจากพื้นที่หนองเสม็ด มาเติมในระบบเพื่อผลิตประปาหมู่บ้าน


ส่วนการแก้ไขปัญหาในระยะยาวนั้น ตัวแทนกลุ่มบริหารจัดการน้ำ ได้เสนอไปยังชลประทานจังหวัดตราด เพื่อให้มีการติดตั้งเครื่องสูบและผันน้ำเป็นการถาวร และมอบหมายให้กลุ่มบริหารจัดการน้ำฯ ร่วมกับหน่วยงานราชการ เป็นผู้ดูแลในอนาคต