xs
xsm
sm
md
lg

“นอภ.กาบเชิง” ประกาศห้าม ปชช.เข้าพื้นที่ชายแดน หลัง “ลุงโยชน์” ถูกทหารเขมรจับ-รอลุ้นศาลกัมพูชาตัดสิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สุรินทร์ - นอภ.กาบเชิง สุรินทร์ ประกาศห้ามประชาชนเข้าพื้นที่ชายแดน หลัง “ลุงโยชน์” ไปหาของป่าถูกทหารเขมรจับตัวไป 17 วันแล้ว ระบุเป็นการประกาศย้ำที่มีประกาศไปตั้งแต่การสู้รบรอบแรกพร้อมเขตรักษาพันธุ์ ล่าสุด “ลุงโยชน์” รอศาลเขมรตัดสินคดี ก่อนศูนย์ประสานงานชายแดนไทยฯ จะประสานขอรับตัวกลับต่อไป ขณะชาวบ้านไม่เชื่อ “ลุงโยชน์” หลงป่า แต่ปักใจทหารเขมรข้ามแดนไทยเข้ามาจับตัวไป
วันนี้ (12 พ.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก นายโยชน์ สายน้อย อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70 ม.7 ต.กันตวจระมวล อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ได้เข้าป่าชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อหาจับอึ่งและหาของป่าเก็บดอกกระเจียวเมื่อวันที่ 25 เม.ย. 69 ก่อนถูกทหารกัมพูชาจับตัวไปดำเนินคดี และรอขึ้นศาล ที่ จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา ซึ่งวันนี้เป็นวันที่ 17 ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น

นายนิรันดร์ สุนทรศิริ  นายอำเภอกาบเชิง
ล่าสุด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ โดย นายนิรันดร์ สุนทรศิริ นายอำเภอกาบเชิง ได้ออกประกาศขอความร่วมมือประชาชนทั่วไป งดเข้าพื้นที่ป่าชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ และประชาชน โดยปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

รายละเอียดในประกาศระบุว่า เนื่องจากเป็นพื้นที่ควบคุมยังไม่ปลอดภัย อาจมีวัตถุกระสุนปืน วัตถุระเบิด ทุ่นระเบิด กระสุนปืนตกค้าง รวมทั้งกองกำลังจากนอกประเทศ ทั้งนี้ การเข้าไปถ่ายภาพสถานที่หรือที่ตั้งทางทหาร อาจเป็นความผิดทางกฎหมาย เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และประชาชน จึงขอความร่วมมืองดเข้าพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด


นายนิรันดร์ สุนทรศิริ นายอำเภอกาบเชิง กล่าวว่า ตามที่มีชาวบ้านสูญหายไป ทาง อ.กาบเชิงได้ประสานทาง สภ.กาบเชิง และหน่วยทหารในพื้นที่ และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จึงทราบว่าเป็นชาวบ้านในพื้นที่ ต.กันตวจระมวล อ.ปราสาทฯ ได้หายไปตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย. ญาติได้แจ้งความวันที่ 29 เม.ย. ทางอำเภอได้รายงานเหตุให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ทราบ และได้ประสานกับทาง ฉก.พัน.ร. และศูนย์ประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา

และทาง อ.ปราสาท อ.กาบเชิง และ สภ.กาบเชิง ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านและแจ้งความคืบหน้าให้ทางครอบครัวทราบ จะได้ทราบข้อเท็จจริงและได้สบายใจเพิ่มขึ้น นายโยชน์ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ จ.อุดรมีชัย ต้องรอให้ทางกัมพูชาดำเนินคดีเสร็จสิ้นก่อน ทางฝ่ายความมั่นคง โดยศูนย์ประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา จะได้มีการประสานขอส่งตัวกลับอีกครั้ง


ส่วนทางอำเภอกาบเชิงได้มีการออกประกาศห้ามประชาชนเข้าพื้นที่ป่าชายแดน จริงๆ ได้ออกประกาศนานแล้วตั้งแต่มีสถานการณ์การสู้รบรอบแรก แต่เป็นการประกาศย้ำ เกรงประชาชนจะลืม ในส่วนของอำเภอและในส่วนของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ ก็ออกประกาศอยู่แล้วเช่นกัน จึงขอความร่วมมือประชาชนด้วย นอกจากนี้ ตนได้พูดคุยกับนายอำเภอปราสาทจะนำเงินส่วนหนึ่ง ถุงยังชีพ รวมทั้งนำส่วนราชการไปดูแลในเรื่องของการส่งเสริมอาชีพให้กับครอบครัวนายโยชน์ สายน้อยด้วย


ขณะผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปสอบถามความคิดเห็นกับชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนบริเวณดังกล่าว พบกับ นางวิจิตร สุดสัมฤทธิ์ อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 102 ม 1. ต.โคกตะเคียน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ตนเห็นว่าเป็นไปไม่ได้ที่คนไทยจะหลงเข้าไปถึงฝั่งเขมร คนพื้นที่จะรู้ดีว่าเขตหาเห็ดไปถึงไหน นอกจากมีเจตนาที่จะข้ามไปเท่านั้น ถ้าให้หลงป่าคงไม่หลง ยิ่งเป็นพรานป่ายิ่งไม่หลง ไม่มีทาง ส่วนทหารกัมพูชาก็เคยข้ามเขตมาบ่อย บางทีเข้าป่าไปเจอ เมื่อก่อนก็คุยดี ไม่มีอะไร แต่หลังจากมีสงครามตนก็ไม่เคยเข้าป่าอีกเลย เมื่อก่อนเข้าป่าบ่อย ไม่เคยหลง ไปส่องไฟหาเห็ดกลางคืนก็ไม่หลง เราไม่ได้เข้าลึกเหมือนพรานป่า หรือผู้ชายอยู่แล้ว

ถามว่าทหารกัมพูชาข้ามมายังป่าฝั่งไทยไหม ตนว่าข้ามมาแน่นอน แต่เมื่อก่อนไม่ค่อยมีจับตัวชาวบ้าน ทุกวันนี้ก็ไม่รู้ ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์สู้รบก็ไม่กล้าเข้าป่าอีกเลย ไม่รู้ว่าเขมรจะคิดยังไงและอันตรายด้วย





นายโยชน์ สายน้อย  ถูกทหารเขมรจับตัวไป