ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - ผู้กำกับฯโคราชยันไม่ช่วยคนผิด คดีผู้ช่วยพยาบาลร้องถูกตำรวจสันติบาลโคราชทำร้าย-กักขัง บังคับเสพยาและแพร่ภาพลามกอนาจารในโซเชียลฯ พร้อมจัดกำลังคุ้มครองผู้เสียหาย เร่งรวบรวมพยานหลักฐานประสานหน่วยงานต้นสังกัดดำเนินคดีตาม กม.ถึงที่สุด ด้าน ตร.คู่กรณีแอบเข้าพบพนักงานสอบสวนแล้ว ยังไม่ได้แจ้งข้อหา
วันนี้ (12 พ.ค. 69) จากกรณีเมื่อวันที่ 11 พ.ค. 69 น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 28 ปี ผู้ช่วยพยาบาลชาวจังหวัดนครราชสีมา เข้าร้องทุกข์ต่อมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี หลังอ้างว่าถูก ส.ต.อ.อั๋น ตำรวจสันติบาลในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งคบหาดูใจกันประมาณ 5 เดือน กักขัง ทำร้ายร่างกาย บังคับเสพไอซ์ ข่มขู่เอาชีวิต และเผยแพร่ภาพลามกในโซเชียล จนได้รับความอับอายและต้องลาออกจากงาน โดยผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่สถานีตำรวจภูธร (สภ.) เมืองนครราชสีมา เพื่อดำเนินคดีถึงที่สุด
ขณะเดียวกัน ปวีณา หงสกุล ได้ประสานผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบ.ก.ภ.จว.) นครราชสีมา และผู้กำกับการ (ผกก.) สภ.เมืองนครราชสีมา ให้เร่งรัดคดี พร้อมคุ้มครองความปลอดภัยผู้เสียหาย และดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญาต่อผู้ก่อเหตุอย่างเด็ดขาดนั้น
ล่าสุด พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 20.00 น. ผู้เสียหายได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ในข้อหาทำร้ายร่างกาย รวมถึงข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น การหน่วงเหนี่ยวกักขัง โดยพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความไว้แล้ว พร้อมส่งตัวผู้เสียหายไปตรวจร่างกายและสอบถามความเห็นแพทย์ที่ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหายในระดับหนึ่ง แต่ผู้เสียหายยังไม่พร้อมให้การอย่างละเอียด จึงให้กลับไปพักฟื้นก่อน ระหว่างนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าผู้ถูกกล่าวหาได้เข้ามอบตัวนั้น พ.ต.อ.ศิริชัยระบุว่า เป็นเพียงการเข้ามาแสดงตัวเท่านั้น ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหา เนื่องจากต้องรอสอบปากคำผู้เสียหายเพิ่มเติม รวมถึงรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วนก่อนจึงจะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป
สำหรับประเด็นที่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นข้าราชการตำรวจนั้น ได้ประสานต้นสังกัดของผู้ถูกกล่าวหาแล้วหลังมีการร้องทุกข์ดำเนินคดี โดยต้นสังกัดอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ามีมูลความผิดก็จะดำเนินการทางวินัยต่อไป ขณะที่ สภ.เมืองนครราชสีมาจะรายงานรายละเอียดให้ผู้บังคับบัญชาทราบอีกครั้ง ทั้งนี้ เบื้องต้นยังไม่มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงของต้นสังกัด แต่ทราบว่ามีการออกคำสั่งภายในของหน่วยงานต้นสังกัดไปแล้ว
ส่วนข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับการทำร้ายร่างกาย บังคับเสพยาเสพติด และเผยแพร่ภาพลามกอนาจารนั้น ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ยังไม่สามารถสรุปข้อเท็จจริงได้ ขณะที่มาตรการคุ้มครองผู้เสียหาย ซึ่งอยู่ในภาวะหวาดกลัวนั้น ทางตำรวจได้รับทราบประเด็นดังกล่าวแล้ว และพร้อมให้การคุ้มครองทันทีหากมีการร้องขอ พร้อมประสานต้นสังกัดของคู่กรณีให้ควบคุมดูแล ไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานหรือผู้เสียหาย
พ.ต.อ.ศิริชัยยืนยันว่าการทำงานของตำรวจเป็นไปตามระเบียบและข้อกฎหมาย หากผู้ใดกระทำผิดก็จะไม่มีการช่วยเหลือ หรือทำให้คดีอ่อนลงอย่างแน่นอน พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายในทุกข้อกล่าวหาจนถึงที่สุดตามกระบวนการยุติธรรม และในเวลา 14.00 น. วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พร้อมคณะ จะได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.คเชนทร์ เสตะปุตตะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ ช่วยราชการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และ พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา เพื่อติดตามความคืบหน้าและสอบปากคำเพิ่มเติมในคดีดังกล่าว ท่ามกลางความสนใจของสังคมต่อกระบวนการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐอย่างใกล้ชิด


